ฝุ่นมา ฟ้ามัว อย่าลืมดูแลสุขภาพ

เมื่อท้องฟ้าขมุกขมัวและมองเห็นอาคารในระยะไกลได้ไม่ชัดเจน หลายคนเริ่มสัมผัสได้ถึงความ “หนัก” ในอากาศ ทั้งความอึดอัด หงุดหงิด และความกังวลที่ตามมาโดยไม่รู้ตัว สิ่งที่ลอยอยู่รอบตัวเรา คือ “ฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5” ที่มีขนาดเล็กพอจะเข้าสู่ระบบทางเดินหายใจ ลงลึกถึงถุงลมปอด และสะสมจนก่อให้เกิดปัญหาสุขภาพรุนแรงในระยะยาว ไม่ว่าจะเป็นโรคหอบหืด ถุงลมโป่งพอง มะเร็งปอด มะเร็งเต้านม มะเร็งกระเพาะปัสสาวะ หลอดเลือดสมอง หัวใจเต้นผิดจังหวะ หรือภาวะหัวใจล้มเหลว กลุ่มเสี่ยงอย่างผู้สูงอายุ เด็ก และผู้ที่มีโรคประจำตัว ยิ่งต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ การรู้เท่าทันไม่ใช่เรื่องน่ากลัว แต่คือการเตรียมพร้อมเพื่อใช้ชีวิตอย่างปลอดภัยในวันที่อากาศไม่เป็นมิตร คำถามสำคัญคือ เราควรเริ่มต้นดูแลตัวเองอย่างไรท่ามกลางคุณภาพอากาศที่แปรปรวนเช่นนี้ ปรับวิธีใช้ชีวิตเล็ก ๆ เพื่อลดผลกระทบจากฝุ่น การรับมือกับฝุ่นไม่จำเป็นต้องปิดตัวเองอยู่ในห้องทั้งวัน แต่คือ การใช้ชีวิตด้วยความระมัดระวังและปรับตัวอย่างเหมาะสม ปรับเวลาออกกำลังกาย เลือกช่วงเช้าที่ค่าฝุ่นมักไม่สูง หรือเปลี่ยนมาออกกำลังกายในอาคาร เช่น โยคะ เต้นแอโรบิก หรือฟิตเนส เลือกใช้หน้ากาก N95 หรือ KN95 เพื่อการกรองฝุ่นขนาดเล็กอย่างมีประสิทธิภาพ และต้องสวมให้แนบสนิทกับใบหน้า ตรวจสอบค่าฝุ่นก่อนออกจากบ้าน ผ่านแอป Air4Thai หรือเว็บไซต์ติดตามคุณภาพอากาศ เพื่อวางแผนกิจกรรมกลางแจ้งให้สอดคล้องกับสถานการณ์ ดูแลพื้นที่อยู่อาศัยให้ปลอดฝุ่น เช่น ปิดประตูหน้าต่างเมื่อค่าฝุ่นสูง ทำความสะอาดบ้านสม่ำเสมอ […]
ลดเค็ม ลดเสี่ยงโรคไต

โซเดียมเป็นแร่ธาตุที่มีความจำเป็นต่อร่างกาย ทำหน้าที่ควบคุมความสมดุลของเหลวในร่างกาย รักษาระดับความดันโลหิต ช่วยในการทำงานของประสาท และกล้ามเนื้อ โดยปกติแล้วปริมาณการบริโภคโซเดียมสูงสุดที่ร่างกายได้รับและไม่อันตรายคือ 2,000 มิลลิกรัมต่อวัน หรือเทียบเท่าไม่เกิน 1 ช้อนชาต่อวัน ส่วนใหญ่พบได้ในอาหารสำเร็จรูปหรือในส่วนประกอบของอาหารหลายชนิด เช่น เครื่องปรุงรส ได้แก่ เกลือ น้ำปลา ซอสปรุงรส ซีอิ๊วขาว ซีอิ๊วดำ ผงปรุงรส ผงชูรส ในอาหารแปรรูป ได้แก่ ไส้กรอก ลูกชิ้น หมูยอ ปลาเค็ม เป็นต้น หากกินอาหารที่มีโซเดียมมากเกินไปเป็นเวลานาน เกิดภาวะไตทำงานหนัก เสี่ยงต่อการเป็นโรคไตและอาจทำให้ความดันโลหิตสูง ดังนั้นควรเลือกกินอาหารที่มีปริมาณโซเดียมในปริมาณที่ร่างกายได้รับเพียงพอ ซึ่งมีวิธีแนะนำดังนี้ 1. อ่านฉลากโภชนาการ ดูปริมาณโซเดียมทุกครั้งก่อนซื้อ เลือกอาหารที่มีส่วนประกอบที่มีโซเดียมไม่เกิน 200 มิลลิกรัมต่อหนึ่งหน่วยบริโภค 2. ลดการเติมเครื่องปรุงรส ชิมก่อนปรุงทุกครั้งและนำไปคำนวณปริมาณรวมที่กินเข้าไปต่อ 1 วันไม่ให้เกินเกณฑ์ที่กำหนดเพราะจะเป็นการเพิ่มโซเดียมโดยไม่จำเป็น 3. ลดการกินอาหารที่มีน้ำจิ้ม เช่น สุกี้ หมูกระทะ หอยทอด 4. ลดการกินขนมขบเคี้ยวที่มีรสเค็ม เช่น ข้าวเกรียบ […]
อาหารบำรุงสมอง ชะลอภาวะเสื่อม

สมองเป็นอวัยวะที่สำคัญมากสำหรับร่างกาย เพราะมีหน้าที่ในการควบคุมระบบต่างๆ ของร่างกาย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ระบบความคิด ความจำต่างๆ ซึ่งเมื่ออายุมากขึ้นอาจจะเกิดความเสื่อมถอยของการทำงานหรือโครงสร้างเนื้อเยื่อของสมองได้ ส่งผลให้เกิดอาการหลงๆลืมๆ สมาธิสั้น ความจำสั้น เรียนรู้ได้ช้า ดังนั้น การบำรุงสมอง เป็นสิ่งที่สำคัญ โดยเราสามารถเลือกกินอาหารที่ช่วยบำรุงสมองได้ ดังนี้ ปลาทะเลน้ำลึก เช่น ปลาแซลมอน ปลาทูน่า เพราะมีกรดไขมันโอเมก้า 3 ที่นอกจากจะช่วยบำรุงสมองในเรื่องความจำแล้ว ยังช่วยเสริมเสร้างเซลล์ประสาทในสมองให้แข็งแรง ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ ได้แก่ บลูเบอร์รี่ สตรอเบอร์รี่ เชอร์รี่ เหล่านี้ มีวิตามินและสารต้านอนุมูลอิสระสูง จะช่วยระบบหมุนเวียนเลือดไปเลี้ยงสมอง และเพิ่มความสามารถในการคิดและป้องกันการสูญเสีย ความทรงจำ แปะก๊วย มีวิตามินและแร่ธาตุต่างๆ บำรุงสมอง ช่วยให้ระบบไหลเวียนเลือดในสมองทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผักโขม มีเอนไซม์ที่ดีต่อปลายเซลล์ประสาท ช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงของเซลล์ประสาท รวมถึงยังมีกรดโฟลิกสูงที่ดีต่อความจำ อาหารประเภทธัญพืช เช่น เมล็ดดอกทานตะวัน เมล็ดงา มีโปรตีน ไขมันดี วิตามินเอสูงแล้วยังมีสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยเพิ่มสารอาหารกระตุ้นสมอง รวมถึงยังมีแมกนีเซียมทำให้เลือดไปหล่อเลี้ยงสมองได้ดีขึ้นอีกด้วย แอปเปิ้ล มีสารที่ช่วยเพิ่มการสร้างสื่อประสาทในสมอง ซึ่งเป็นตัวกำหนดความสามารถในการเรียนรู้และความจำ จึงช่วยชะลอภาวะสมองเสื่อมได้ ไข่ไก่ ในไข่แดงอุดมไปด้วยสารโคลีน ที่มีหน้าที่ช่วยในการพัฒนาการทำงานของสมองให้สมองทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น น้ำเปล่า เพราะ 3 ใน 4 […]
ป้องกันภัยร้าย ติดเชื้อถึงตาย จากโรคพิษสุนัขบ้า

โรคพิษสุนัขบ้าหรือโรคกลัวน้ำ เป็นโรคติดต่อร้ายแรงจากการติดเชื้อไวรัสเรบีส์ (Rabies) ซึ่งพบได้ในสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมเป็นพาหะนำโรคสู่คน เช่น หมา แมว โค กระบือ หนู ลิง กระรอก กระต่ายและค้างคาว เป็นต้น โดยเฉพาะหมาและแมวเป็นสัตว์ที่ใกล้ชิดและเป็นพาหะที่นำโรคพิษสุนัขบ้ามาสู่คนบ่อยกว่าชนิดอื่นๆ จากการถูกกัด ข่วน หรือ ถูกสัตว์เลียบาดแผล ทำให้เกิดการติดเชื้อได้ สำหรับผู้ป่วยที่ติดเชื้อจะมีอาการสมองอักเสบ ไม่ค่อยรู้สึกตัว กลัวน้ำ กลัวลม บางรายอาจมีอาการแขนขาอ่อนแรง และหากร้ายแรงจนถึงขั้นทำให้เสียชีวิตภายใน 1 สัปดาห์หลังมีอาการติดเชื้อได้ ซึ่งในปัจจุบันโรคพิษสุนัขบ้ายังไม่มีวิธีรักษา ผู้ติดเชื้อส่วนใหญ่มีโอกาสเสียชีวิตแทบทุกราย ดังนั้น การป้องกันไม่ให้ตนเองติดเชื้อจึงมีความจำเป็นอย่างมาก แนวทางการป้องกันการติดเชื้อโรคพิษสุนัขบ้า สามารถทำได้ดังนี้ ฉีดวัคซีนป้องกันพิษสุนัขบ้าให้กับสัตว์เลี้ยงตามกำหนด เป็นประจำทุกปี ไม่ปล่อยสัตว์เลี้ยงไปในที่สาธารณะ หรือหากนำไปเดินเล่นนอกบ้านควรมีสายจูง หลีกเลี่ยงไม่ให้ถูกสัตว์กัด ข่วน โดยการไม่แหย่หรือรังแกให้สัตว์โมโห รวมถึงไม่เข้าใกล้สัตว์ที่ไม่รู้จักหรือไม่มีเจ้าของ ถ้าถูกสัตว์กัดแล้ว ควรปฏิบัติตัวดังนี้ รีบล้างแผลให้เร็วที่สุดด้วยสบู่และน้ำสะอาดหลายๆ ครั้ง โดยล้างให้ถึงก้นแผล นานอย่างน้อย 15 นาที เช็ดแผลด้วยผ้าสะอาดให้แห้ง ใส่ยาฆ่าเชื้อบริเวณแผล เช่น ยาโพวิโดนไอโอดีน เป็นต้น พบแพทย์ทันที ซักประวัติเพื่อรับวัคซีนป้องกันได้ทันท่วงที หากมีสมุดวัคซีนหรือประวัติการฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าและบาดทะยักควรนำไปด้วย จำลักษณะและสังเกตอาการสัตว์ที่กัด […]
ใช้ชีวิตพอดี คือวิธีลดโรค

การรู้จักป้องกันโรคอย่างถูกวิธี จะช่วยควบคุมปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดโรคได้ ความพอดี คือ การสร้างความสมดุล ความเหมาะสม ร่างกายของเรามีกลไกในการปรับสมดุลเพื่อต่อสู้กับโรคภัยไข้เจ็บ การใช้ชีวิต อย่างพอดี จึงเป็นวิธีลดปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดโรคภัยไข้เจ็บต่าง ๆ ได้ ด้วยการปฏิบัติตามข้อแนะนำ ดังนี้ กินให้พอดี ไม่อดข้าว อดน้ำ กินอาหารให้ตรงเวลา ช่วยป้องกันโรคกระเพาะอาหารได้ ไม่กินมากเกินไปหรือน้อยเกินไป กินอาหารที่ปรุงสุกใหม่ และหลากหลาย เพื่อให้ร่างกายได้รับสารอาหารที่ครบถ้วนในปริมาณที่เพียงพอ ขยับร่างกายให้พอดี เปลี่ยนอิริยาบถทุก ๆ 30 นาที เพื่อให้กล้ามเนื้อ เส้นเอ็น เส้นประสาทและหลอดเลือด เกิดความยืดหยุ่นและทำงานได้เป็นปกติ เพราะการนั่งทำงานนาน ๆ โดยไม่เปลี่ยนอิริยาบท ทำให้กล้ามเนื้อ เส้นเอ็น เส้นประสาทและหลอดเลือดทำงานไม่ปกติ และควรออกกำลังกายสม่ำเสมอ อย่างน้อยสัปดาห์ละ 3-5 วัน วันละอย่างน้อย 30 นาที ทำงานให้พอดี หลีกเลี่ยงการทำงานเกินกำลังที่ร่างกายจะรับได้ งานที่ต้องใช้แรงงานหนัก เช่น งานยกของ งานดึงและดัน หรือแม้แต่งานเบาที่ต้องอยู่ในท่าใดท่าหนึ่งนาน ๆ เช่น นั่งทำงานคอมพิวเตอร์นานต่อเนื่องเกิน 2 ชั่วโมงขึ้นไป ทำให้เกิดการล้าที่กล้ามเนื้อคอ […]
“ยาลูกกลอน” ใช้อย่างไร…ปลอดภัยต่อสุขภาพ

“ยาลูกกลอน” อีกหนึ่งรูปแบบยาแผนโบราณ ที่เกิดจากการนำสมุนไพรมาบด แล้วนำผงยาที่ได้ มาคลุกเคล้ากับน้ำผึ้งจนยึดเกาะกัน ปั้นเป็นเม็ดกลม สมัยโบราณใช้วิธีตากแดดจนแห้งสนิทแล้วเก็บใส่ขวดโหลสามารถเก็บไว้กินได้นาน ปัจจุบัน ชื่อของยาลูกกลอน ถูกผู้ค้าบางส่วน นำมาแสวงหาผลกำไร โดยไม่คำนึงถึงผลเสียต่อสุขภาพ ทำการลักลอบใส่สเตียร์รอยด์ในยาแผนโบราณ สเตียรอยด์ที่ถูกสังเคราะห์ขึ้นเพื่อใช้ทางการแพทย์ มีคุณสมบัติที่จำเป็นต่อร่างกาย เช่น ต้านการอักเสบ ลดอาการปวด ทำให้ภูมิคุ้มกันของร่างกายทำงานเป็นปกติ เป็นต้น จึงทำให้ถูกนำใช้ในการโอ้อวดว่ารักษาได้สารพัดโรค โดยเฉพาะโรคเรื้อรัง เช่น โรคเบาหวาน โรคกระดูกและข้อ ความดันโลหิตสูง อัมพฤกษ์ อัมพาต มะเร็ง เพิ่มสมรรถภาพทางเพศ ซึ่งส่วนมากตรวจพบสเตียร์รอยด์ผสมอยู่ในยาลูกกลอนที่ไม่ผ่านการขึ้นทะเบียนกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) อีกทั้งสร้างการจูงใจ หลอกล่อ และใช้ชื่อเรียกต่าง ๆ เพื่อให้เข้าถึงผู้ใช้ได้ง่าย เช่น ยาประดง ยาหมอ ยาเบอร์ เป็นต้น ผู้ใช้ยาลูกกลอนที่ไม่ผ่านการขึ้นทะเบียน จะได้รับผลกระทบต่อสุขภาพ คือ เริ่มแรกอาการจะดีขึ้น ผู้ใช้ยาจึงหลงเชื่อและใช้ยาต่อเนื่อง แต่เมื่อใช้ในระยะยาวจะเป็นอันตราย ทำให้เกิดอาการกระเพาะทะลุ กระดูกพรุน กล้ามเนื้ออ่อนแรง ความดันโลหิตสูง หรือเกิดอาการข้างเคียงต่าง ๆ เช่น น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้น […]
เบาหวานในเด็ก เรื่องใกล้ตัวที่ไม่ควรมองข้าม

โรคเบาหวาน หลายๆ คนอาจคิดว่าเป็นได้เฉพาะผู้ใหญ่เท่านั้น แต่ความจริงแล้วเบาหวานสามารถ เกิดในเด็กได้เช่นกัน ซึ่งเกิดจากการขาดอินซูลิน หรือการทำงานของอินซูลินบกพร่อง ซึ่งอินซูลินเป็นฮอร์โมนชนิดหนึ่งที่ร่างกายผลิตได้จากตับอ่อน ทำหน้าที่นำน้ำตาลในเลือดไปยังเนื้อเยื่อต่างๆ ของร่างกายเพื่อสร้างเป็นพลังงาน ซึ่งโรคเบาหวานในเด็กเกิดจากภาวะน้ำตาลสูงกว่าเกณฑ์ แบ่งได้เป็น 2 ประเภท ได้แก่ ประเภทที่1 เบาหวานที่เกิดจากพันธุกรรม มักพบในเด็กที่อายุยังน้อย เกิดจากภาวะร่างกายขาดฮอร์โมนอินซูลิน ทำให้ร่างกายไม่สามารถนำน้ำตาลไปใช้เป็นพลังงานได้ ประเภทที่2 เบาหวานที่เกิดจากพฤติกรรมของเด็ก ส่วนมากจะพบในช่วงที่เข้าสู่วัยรุ่น พฤติกรรมการกินอาหารเปลี่ยนไป เน้นการกินอาหารนอกบ้าน อาหารจานด่วนมากขึ้น กินของหวาน ไม่ออกกำลังกาย จนเกิดไขมันที่ทำให้ร่างกายต่อต้านอินซูลิน และไม่สามารถทำงานได้ตามปกติ ซึ่งจะมีอาการสำคัญของโรค ดังนี้ ประเภทที่1 มีอาการอยากกินอาหารมากขึ้น หิวน้ำบ่อย ปัสสาวะบ่อย กินอาหารมากขึ้น แต่น้ำหนักลดลง ประเภทที่2 ส่วนมากจะพบในเด็กที่มีภาวะอ้วนหรือน้ำหนักเกิน สังเกตได้จากผิวหนังบริเวณคอขาหนีบ รักแร้ มีลักษณะหนาดำขรุขระเป็นปื้น ขัดถูไม่ออก และมีอาการปัสสาวะบ่อย วิธีป้องกันและรักษาเบาหวาน ประเภทที่ 1 ยังไม่พบการป้องกัน ทำได้ด้วยการฉีดอินซูลินเข้าร่างกายวิธีเดียว เข้าบริเวณใต้ผิวหนัง อย่างน้อยวันละ 3-4 ครั้ง และหมั่นตรวจน้ำตาลของตนเองอยู่เสมอ ควบคู่ไปกับการควบคุมอาหารและการออกกำลังกายที่เหมาะสมกับสภาพร่างกายเป็นประจำ […]
โรคลมแดด “ร้อนเกินไป…อันตรายต่อเด็ก”

ในช่วงฤดูร้อนที่มีอากาศร้อนจัดและอบอ้าว การอยู่ในที่ที่มีอากาศร้อนจนเกินไป อาจเกิดความเสี่ยง ที่จะเป็นลมแดด หรือฮีทสโตรก (Heat stroke) ได้ โดยเฉพาะเด็ก ๆ ที่พ่อแม่ ผู้ปกครองต้องดูแลใส่ใจเป็นพิเศษ โรคลมแดด หรือโรคฮีทสโตรก คือ ภาวะที่อุณหภูมิในร่างกายสูงเกิน 40 องศาเซลเซียส เกิดจากการที่อยู่ในสถานที่มีอากาศร้อนมาก ๆ การได้รับแสงแดดหรืออยู่ในสภาพแวดล้อมที่อุณหภูมิสูงเป็นเวลานาน ร่างกายไม่สามารถปรับตัวลดอุณหภูมิให้อยู่ในเกณฑ์ปกติได้ ส่งผลเสียต่อระบบประสาท หัวใจ และไต เป็นเหตุให้เสียชีวิตได้ การสังเกตอาการผิดปกติของเด็ก คือ ร่างกายไม่มีเหงื่อออก ตัวร้อนจัด อุณหภูมิร่างกายสูงขึ้นเรื่อย ๆ รู้สึกกระหายน้ำมาก ผิวหนังแดง วิงเวียน ปวดศีรษะ มึนงง เดินโซเซ คลื่นไส้ หายใจเร็ว อาเจียน หัวใจเต้นเร็วและแรง อาจมีอาการชัก และหมดสติ ดังนั้น ในช่วงเข้าฤดูร้อน อากาศร้อนอบอ้าว สามารถป้องกันโรคลมแดดในเด็กได้ ดังนี้ ให้เด็กดื่มน้ำบ่อย ๆ ทุกชั่วโมง และหลีกเลี่ยงการให้ดื่มเครื่องดื่มรสหวานจัด ให้เด็กสวมชุดเสื้อผ้าสีอ่อน ๆ เนื้อผ้าเบา […]
สุขสันต์วันสงกรานต์ เดินทางอย่างมีสติ

ในช่วงเทศกาลสงกรานต์นี้ เส้นทางสายต่าง ๆ มีการจราจรหนาแน่น เนื่องจากเป็นวันหยุดต่อเนื่อง หลาย ๆ ท่านเดินทางกลับบ้านฉลองสงกรานต์จำนวนมาก จึงมีความเสี่ยงที่จะเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนน สาเหตุหลัก ๆ ที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุบนท้องถนน มาจากความประมาทและขาดสติ การเตรียมพร้อมด้วยการเดินทางกลับบ้านฉลองสงกรานต์อย่างมีสติและปลอดภัยจึงเป็นสิ่งสำคัญ ที่จะช่วยลดอุบัติเหตุช่วงสงกรานต์และเพื่อการเดินทางที่ปลอดภัย สามารถปฏิบัติได้ ดังนี้ เช็ครถ เช็คคน ก่อนออกเดินทาง หากไม่ชำนาญเส้นทาง ควรศึกษาเส้นทาง ด้วยการวางแผน ตรวจสอบ เลือกใช้เส้นทางที่ปลอดภัย เพื่อป้องกันอุบัติเหตุทางถนน ตรวจสอบสภาพรถให้พร้อมใช้งาน เช่น ยางรถยนต์ที่อยู่ในสภาพสมบูรณ์ แรงดันลมยางให้มากกว่าปกติ เนื่องจากช่วงฤดูร้อน ผิวถนนมีอุณหภูมิสูง ทำให้ยางเสื่อมสภาพเร็วกว่าปกติ ระบบเบรกต้องสามารถหยุดรถได้ในระยะที่กำหนด หากเดินทางระยะไกล เตรียมตัวนอนพักผ่อนให้เพียงพอ ควรมีเพื่อนร่วมเดินทางไปด้วย เพื่อผลัดเปลี่ยนกันขับรถและชวนพูดคุย เพื่อช่วยป้องกันอุบัติเหตุจากการหลับใน หากเกิดอาการง่วง เพลีย จากการขับรถเป็นเวลานาน สมองจะมึนและไม่สดชื่น ให้จอดพักงีบสัก15-20 นาที ดื่มกาแฟ ดื่มก่อนที่จะงีบ เนื่องจากกาแฟไม่ได้ออกฤทธิ์ทันที แต่จะออกฤทธิ์ หลัง 10-15 นาทีไปแล้ว วิธีนี้จะช่วยให้ตื่นพอดี และสดชื่นทันก่อนออกรถอีกครั้ง ร้องเพลง เคี้ยวหมากฝรั่ง หรือกินผลไม้รสเปรี้ยว เพื่อไล่ความง่วงและเรียกสติกลับมา […]
3 วิธี ปกป้องลูกหลานจากภัย “นิโคติน” ในบุหรี่ไฟฟ้า

“พอด” หรือบุหรี่ไฟฟ้า มีสารเคมีหลายชนิด แต่ละชนิดมีผลต่อสุขภาพผู้สูบและผู้ใกล้ชิด หนึ่งในสารเคมีอันตราย คือ “นิโคติน” ซึ่งมีผลต่อเด็กและเยาวชนทั้งร่างกาย และจิตใจ โดยนิโคตินทำให้เกิดการเสพติดและเป็นอันตรายอย่างยิ่งต่อสมองที่กำลังพัฒนาของเด็ก ในด้านจิตใจ ทำให้ควบคุมอารมณ์ได้น้อยลง ส่วนด้านสังคม ทำให้มีพฤติกรรมก้าวร้าวรุนแรง ขาดสมาธิ และสมรรถนะในการเรียนรู้ เด็กที่สูบบุหรี่ไฟฟ้าจะนำไปสู่การเสพยาเสพติดชนิดร้ายแรง ดังนั้น พ่อ แม่ ผู้ปกครอง หรือคนใกล้ชิด ต้องช่วยกันเฝ้าระวังภัยจากบุหรี่ไฟฟ้าที่อาจเกิดขึ้นกับลูกหลานท่านได้ โดยสามารถปฏิบัติได้ ตามวิธีต่อไปนี้ สร้างพื้นที่ปลอดภัยสำหรับทุกคนในครอบครัว ไม่สูบบุหรี่ในบ้าน ไม่สูบบุหรี่ในที่ใกล้ตัวเด็ก เพราะเด็กจะได้รับไอหรือควันจากบุหรี่ที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ เป็นแบบอย่างที่ดีให้กับเด็กด้วยการไม่สูบบุหรี่ เพราะผลจากการวิจัยพบว่าลูกที่พ่อแม่สูบบุหรี่ ส่วนใหญ่ก็จะ สูบตามด้วย สอดแทรกความรู้ ให้ความรู้กับเด็กเมื่อพบเห็นโฆษณาบุหรี่ไฟฟ้าทางสื่อต่าง ๆ เพราะเด็กอาจเข้าใจผิดเกี่ยวกับการโฆษณาจากสื่อ ชี้แนะเรื่องอันตรายจากสารนิโคติน และสารเคมีก่อโทษ ผลเสียของการสูบบุหรี่ไฟฟ้า ที่ส่งผลต่อสุขภาพในระยะยาว ฝึกให้เด็กรู้จักคิด ตัดสินใจในเรื่องที่สำคัญขึ้น เช่น ไม่ไปเกี่ยวข้องกับบุหรี่ไฟฟ้า ไม่เข้ากลุ่มเพื่อนที่สูบบุหรี่ไฟฟ้า ดูแลช่วยเหลือ ผู้ปกครอง หรือคนใกล้ชิดต้องรู้จักรูปลักษณ์ ผลิตภัณฑ์ของบุหรี่ไฟฟ้า โดยสังเกตสิ่งที่มีลักษณะเป็นหลอดดูด มีกลิ่นหอม อาจตรวจสอบดูจากอุปกรณ์การเรียนหรือของเล่น สร้างบรรยากาศภายในบ้านให้อบอุ่น พูดคุยและรับฟังลูกหลานบ้าง ในเรื่องที่เด็กต้องเรียนรู้และรับมือ […]