เมื่อท้องฟ้าขมุกขมัวและมองเห็นอาคารในระยะไกลได้ไม่ชัดเจน หลายคนเริ่มสัมผัสได้ถึงความ “หนัก” ในอากาศ ทั้งความอึดอัด หงุดหงิด และความกังวลที่ตามมาโดยไม่รู้ตัว สิ่งที่ลอยอยู่รอบตัวเรา คือ “ฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5” ที่มีขนาดเล็กพอจะเข้าสู่ระบบทางเดินหายใจ ลงลึกถึงถุงลมปอด และสะสมจนก่อให้เกิดปัญหาสุขภาพรุนแรงในระยะยาว ไม่ว่าจะเป็นโรคหอบหืด ถุงลมโป่งพอง มะเร็งปอด มะเร็งเต้านม มะเร็งกระเพาะปัสสาวะ หลอดเลือดสมอง หัวใจเต้นผิดจังหวะ หรือภาวะหัวใจล้มเหลว
กลุ่มเสี่ยงอย่างผู้สูงอายุ เด็ก และผู้ที่มีโรคประจำตัว ยิ่งต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ การรู้เท่าทันไม่ใช่เรื่องน่ากลัว แต่คือการเตรียมพร้อมเพื่อใช้ชีวิตอย่างปลอดภัยในวันที่อากาศไม่เป็นมิตร คำถามสำคัญคือ เราควรเริ่มต้นดูแลตัวเองอย่างไรท่ามกลางคุณภาพอากาศที่แปรปรวนเช่นนี้
การรับมือกับฝุ่นไม่จำเป็นต้องปิดตัวเองอยู่ในห้องทั้งวัน แต่คือ การใช้ชีวิตด้วยความระมัดระวังและปรับตัวอย่างเหมาะสม
2. ทุกคนมีส่วนร่วม สร้างอากาศดีให้เกิดขึ้นจริง
แม้สิ่งเหล่านี้จะดูเล็กน้อย แต่สะท้อนให้เห็นถึง “พลังของคนในชุมชน” ที่พร้อมร่วมดูแลอากาศของเมือง ทุกคนสามารถเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างสภาพแวดล้อมที่ดีขึ้นได้ เริ่มต้นจากเรื่องเล็ก ๆ ภายในบ้าน แล้วค่อยขยายเป็นวัฒนธรรมร่วมของชุมชน
3. ดูแลสุขภาพใจ ในวันที่ฟ้าไม่เป็นสีฟ้า
ผลกระทบของมลพิษทางอากาศไม่ได้เกิดขึ้นกับร่างกายเท่านั้น แต่ยังส่งผลต่อสภาพจิตใจ ทำให้หลายคนรู้สึกหดหู่ เหนื่อยง่าย หรือไม่อยากทำกิจกรรมนอกบ้าน ลองจัดการความรู้สึกด้วยวิธีง่าย ๆ
อากาศอาจไม่สดใสเหมือนเดิม แต่เราสามารถใส่ใจมากขึ้น เพื่อปกป้องสุขภาพของตัวเองและครอบครัว เพราะทุกคนคือส่วนหนึ่งของอากาศที่เราหายใจร่วมกัน
แหล่งข้อมูล : โรงพยาบาลศิริราช ปิยมหาราชการุณย์
พัฒนาระบบและดำเนินการการสื่อสารสุขภาพ เพื่อการคุ้มครองผู้บริโภคด้านระบบบริการสุขภาพ และระบบสุขภาพภาคประชาชน
02-193-7000
88/44 ซอยสาธารณสุข 8 ตำบลตลาดขวัญ อำเภอเมืองนนทบุรี จังหวัดนนทบุรี รหัสไปรษณีย์ 11000
saraban-pr@hss.mail.go.th