ฝุ่นมา ฟ้ามัว อย่าลืมดูแลสุขภาพ

เมื่อท้องฟ้าขมุกขมัวและมองเห็นอาคารในระยะไกลได้ไม่ชัดเจน หลายคนเริ่มสัมผัสได้ถึงความ “หนัก” ในอากาศ ทั้งความอึดอัด หงุดหงิด และความกังวลที่ตามมาโดยไม่รู้ตัว สิ่งที่ลอยอยู่รอบตัวเรา คือ “ฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5” ที่มีขนาดเล็กพอจะเข้าสู่ระบบทางเดินหายใจ ลงลึกถึงถุงลมปอด และสะสมจนก่อให้เกิดปัญหาสุขภาพรุนแรงในระยะยาว ไม่ว่าจะเป็นโรคหอบหืด ถุงลมโป่งพอง มะเร็งปอด มะเร็งเต้านม มะเร็งกระเพาะปัสสาวะ หลอดเลือดสมอง หัวใจเต้นผิดจังหวะ หรือภาวะหัวใจล้มเหลว

กลุ่มเสี่ยงอย่างผู้สูงอายุ เด็ก และผู้ที่มีโรคประจำตัว ยิ่งต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ การรู้เท่าทันไม่ใช่เรื่องน่ากลัว แต่คือการเตรียมพร้อมเพื่อใช้ชีวิตอย่างปลอดภัยในวันที่อากาศไม่เป็นมิตร คำถามสำคัญคือ เราควรเริ่มต้นดูแลตัวเองอย่างไรท่ามกลางคุณภาพอากาศที่แปรปรวนเช่นนี้

  1. ปรับวิธีใช้ชีวิตเล็ก ๆ เพื่อลดผลกระทบจากฝุ่น

การรับมือกับฝุ่นไม่จำเป็นต้องปิดตัวเองอยู่ในห้องทั้งวัน แต่คือ การใช้ชีวิตด้วยความระมัดระวังและปรับตัวอย่างเหมาะสม

  • ปรับเวลาออกกำลังกาย เลือกช่วงเช้าที่ค่าฝุ่นมักไม่สูง หรือเปลี่ยนมาออกกำลังกายในอาคาร เช่น โยคะ เต้นแอโรบิก หรือฟิตเนส
  • เลือกใช้หน้ากาก N95 หรือ KN95 เพื่อการกรองฝุ่นขนาดเล็กอย่างมีประสิทธิภาพ และต้องสวมให้แนบสนิทกับใบหน้า
  • ตรวจสอบค่าฝุ่นก่อนออกจากบ้าน ผ่านแอป Air4Thai หรือเว็บไซต์ติดตามคุณภาพอากาศ เพื่อวางแผนกิจกรรมกลางแจ้งให้สอดคล้องกับสถานการณ์
  • ดูแลพื้นที่อยู่อาศัยให้ปลอดฝุ่น เช่น ปิดประตูหน้าต่างเมื่อค่าฝุ่นสูง ทำความสะอาดบ้านสม่ำเสมอ ใช้เครื่องฟอกอากาศ หรือปลูกต้นไม้ที่ช่วยดูดซับฝุ่นได้ดี

2.  ทุกคนมีส่วนร่วม สร้างอากาศดีให้เกิดขึ้นจริง

  • หลายพื้นที่ทั้งในเมืองและชนบท เริ่มมีการขยับตัวจากพลังของคนตัวเล็ก ๆ ที่อยากเห็นอากาศดีขึ้น
  • งดการเผาขยะ ลดควันและกลิ่นรบกวนในชุมชน
  • ผู้ค้าอาหารปรับมาใช้เตาถ่านควันน้อย ลดมลพิษในตลาด หุงต้มรวดเร็วขึ้นและประหยัดเชื้อเพลิง
  • ชุมชนร่วมกันปลูกต้นไม้ริมถนนหรือหน้าบ้าน ช่วยดักจับฝุ่นและเพิ่มความร่มรื่น
  • กลุ่มนักเรียนจัดกิจกรรมรณรงค์ลดขยะ ให้ความรู้เรื่อง PM 2.5 สร้างความตระหนักรู้ในการป้องกันตนเองและการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า
  • ใช้รถสาธารณะในการเดินทางให้มากขึ้น เพื่อช่วยลดมลพิษในอากาศ

แม้สิ่งเหล่านี้จะดูเล็กน้อย แต่สะท้อนให้เห็นถึง “พลังของคนในชุมชน” ที่พร้อมร่วมดูแลอากาศของเมือง ทุกคนสามารถเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างสภาพแวดล้อมที่ดีขึ้นได้ เริ่มต้นจากเรื่องเล็ก ๆ ภายในบ้าน แล้วค่อยขยายเป็นวัฒนธรรมร่วมของชุมชน

3. ดูแลสุขภาพใจ ในวันที่ฟ้าไม่เป็นสีฟ้า

ผลกระทบของมลพิษทางอากาศไม่ได้เกิดขึ้นกับร่างกายเท่านั้น แต่ยังส่งผลต่อสภาพจิตใจ ทำให้หลายคนรู้สึกหดหู่ เหนื่อยง่าย หรือไม่อยากทำกิจกรรมนอกบ้าน ลองจัดการความรู้สึกด้วยวิธีง่าย ๆ

  • ฟังเพลงเบา ๆ ขณะอยู่บ้าน หรืออ่านหนังสือที่ตั้งใจจะอ่านมานาน
  • ดูแลต้นไม้สักต้น เพิ่มความสดชื่นให้พื้นที่เล็ก ๆ ในบ้านและใจของเรา

อากาศอาจไม่สดใสเหมือนเดิม แต่เราสามารถใส่ใจมากขึ้น เพื่อปกป้องสุขภาพของตัวเองและครอบครัว เพราะทุกคนคือส่วนหนึ่งของอากาศที่เราหายใจร่วมกัน

แหล่งข้อมูล : โรงพยาบาลศิริราช ปิยมหาราชการุณย์

Facebook
Twitter
LinkedIn
Post Views: 19