ฝุ่นมา ฟ้ามัว อย่าลืมดูแลสุขภาพ

หน้าหลัก จุลสารออนไลน์ สื่อวิดีโอ สื่อเสียง สื่อโมชั่นกราฟิก บทความ บทความ เมื่อท้องฟ้าขมุกขมัวและมองเห็นอาคารในระยะไกลได้ไม่ชัดเจน หลายคนเริ่มสัมผัสได้ถึงความ “หนัก” ในอากาศ ทั้งความอึดอัด หงุดหงิด และความกังวลที่ตามมาโดยไม่รู้ตัว สิ่งที่ลอยอยู่รอบตัวเรา คือ “ฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5” ที่มีขนาดเล็กพอจะเข้าสู่ระบบทางเดินหายใจ ลงลึกถึงถุงลมปอด และสะสมจนก่อให้เกิดปัญหาสุขภาพรุนแรงในระยะยาว ไม่ว่าจะเป็นโรคหอบหืด ถุงลมโป่งพอง มะเร็งปอด มะเร็งเต้านม มะเร็งกระเพาะปัสสาวะ หลอดเลือดสมอง หัวใจเต้นผิดจังหวะ หรือภาวะหัวใจล้มเหลว กลุ่มเสี่ยงอย่างผู้สูงอายุ เด็ก และผู้ที่มีโรคประจำตัว ยิ่งต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ การรู้เท่าทันไม่ใช่เรื่องน่ากลัว แต่คือการเตรียมพร้อมเพื่อใช้ชีวิตอย่างปลอดภัยในวันที่อากาศไม่เป็นมิตร คำถามสำคัญคือ เราควรเริ่มต้นดูแลตัวเองอย่างไรท่ามกลางคุณภาพอากาศที่แปรปรวนเช่นนี้ ปรับวิธีใช้ชีวิตเล็ก ๆ เพื่อลดผลกระทบจากฝุ่น การรับมือกับฝุ่นไม่จำเป็นต้องปิดตัวเองอยู่ในห้องทั้งวัน แต่คือ การใช้ชีวิตด้วยความระมัดระวังและปรับตัวอย่างเหมาะสม ปรับเวลาออกกำลังกาย เลือกช่วงเช้าที่ค่าฝุ่นมักไม่สูง หรือเปลี่ยนมาออกกำลังกายในอาคาร เช่น โยคะ เต้นแอโรบิก หรือฟิตเนส เลือกใช้หน้ากาก N95 หรือ KN95 เพื่อการกรองฝุ่นขนาดเล็กอย่างมีประสิทธิภาพ และต้องสวมให้แนบสนิทกับใบหน้า […]

ลดเค็ม ลดเสี่ยงโรคไต

โซเดียมเป็นแร่ธาตุที่มีความจำเป็นต่อร่างกาย ทำหน้าที่ควบคุมความสมดุลของเหลวในร่างกาย รักษาระดับความดันโลหิต ช่วยในการทำงานของประสาท และกล้ามเนื้อ โดยปกติแล้วปริมาณการบริโภคโซเดียมสูงสุดที่ร่างกายได้รับและไม่อันตรายคือ 2,000 มิลลิกรัมต่อวัน หรือเทียบเท่าไม่เกิน 1 ช้อนชาต่อวัน ส่วนใหญ่พบได้ในอาหารสำเร็จรูปหรือในส่วนประกอบของอาหารหลายชนิด เช่น เครื่องปรุงรส ได้แก่ เกลือ น้ำปลา ซอสปรุงรส ซีอิ๊วขาว ซีอิ๊วดำ ผงปรุงรส ผงชูรส ในอาหารแปรรูป ได้แก่ ไส้กรอก ลูกชิ้น หมูยอ ปลาเค็ม เป็นต้น หากกินอาหารที่มีโซเดียมมากเกินไปเป็นเวลานาน เกิดภาวะไตทำงานหนัก เสี่ยงต่อการเป็นโรคไตและอาจทำให้ความดันโลหิตสูง ดังนั้นควรเลือกกินอาหารที่มีปริมาณโซเดียมในปริมาณที่ร่างกายได้รับเพียงพอ ซึ่งมีวิธีแนะนำดังนี้ 1. อ่านฉลากโภชนาการ ดูปริมาณโซเดียมทุกครั้งก่อนซื้อ เลือกอาหารที่มีส่วนประกอบที่มีโซเดียมไม่เกิน 200 มิลลิกรัมต่อหนึ่งหน่วยบริโภค 2. ลดการเติมเครื่องปรุงรส ชิมก่อนปรุงทุกครั้งและนำไปคำนวณปริมาณรวมที่กินเข้าไปต่อ 1 วันไม่ให้เกินเกณฑ์ที่กำหนดเพราะจะเป็นการเพิ่มโซเดียมโดยไม่จำเป็น 3. ลดการกินอาหารที่มีน้ำจิ้ม เช่น สุกี้ หมูกระทะ หอยทอด 4. ลดการกินขนมขบเคี้ยวที่มีรสเค็ม เช่น ข้าวเกรียบ […]

อาหารบำรุงสมอง ชะลอภาวะเสื่อม

สมองเป็นอวัยวะที่สำคัญมากสำหรับร่างกาย เพราะมีหน้าที่ในการควบคุมระบบต่างๆ ของร่างกาย   โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ระบบความคิด ความจำต่างๆ ซึ่งเมื่ออายุมากขึ้นอาจจะเกิดความเสื่อมถอยของการทำงานหรือโครงสร้างเนื้อเยื่อของสมองได้ ส่งผลให้เกิดอาการหลงๆลืมๆ สมาธิสั้น ความจำสั้น เรียนรู้ได้ช้า ดังนั้น การบำรุงสมอง เป็นสิ่งที่สำคัญ โดยเราสามารถเลือกกินอาหารที่ช่วยบำรุงสมองได้ ดังนี้ ปลาทะเลน้ำลึก เช่น ปลาแซลมอน ปลาทูน่า เพราะมีกรดไขมันโอเมก้า 3 ที่นอกจากจะช่วยบำรุงสมองในเรื่องความจำแล้ว ยังช่วยเสริมเสร้างเซลล์ประสาทในสมองให้แข็งแรง ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ ได้แก่ บลูเบอร์รี่ สตรอเบอร์รี่ เชอร์รี่ เหล่านี้ มีวิตามินและสารต้านอนุมูลอิสระสูง  จะช่วยระบบหมุนเวียนเลือดไปเลี้ยงสมอง และเพิ่มความสามารถในการคิดและป้องกันการสูญเสีย   ความทรงจำ แปะก๊วย มีวิตามินและแร่ธาตุต่างๆ บำรุงสมอง ช่วยให้ระบบไหลเวียนเลือดในสมองทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผักโขม มีเอนไซม์ที่ดีต่อปลายเซลล์ประสาท ช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงของเซลล์ประสาท รวมถึงยังมีกรดโฟลิกสูงที่ดีต่อความจำ อาหารประเภทธัญพืช เช่น เมล็ดดอกทานตะวัน เมล็ดงา มีโปรตีน ไขมันดี วิตามินเอสูงแล้วยังมีสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยเพิ่มสารอาหารกระตุ้นสมอง รวมถึงยังมีแมกนีเซียมทำให้เลือดไปหล่อเลี้ยงสมองได้ดีขึ้นอีกด้วย แอปเปิ้ล มีสารที่ช่วยเพิ่มการสร้างสื่อประสาทในสมอง ซึ่งเป็นตัวกำหนดความสามารถในการเรียนรู้และความจำ จึงช่วยชะลอภาวะสมองเสื่อมได้ ไข่ไก่ ในไข่แดงอุดมไปด้วยสารโคลีน ที่มีหน้าที่ช่วยในการพัฒนาการทำงานของสมองให้สมองทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น น้ำเปล่า เพราะ 3 ใน 4 […]

ป้องกันภัยร้าย ติดเชื้อถึงตาย จากโรคพิษสุนัขบ้า

โรคพิษสุนัขบ้าหรือโรคกลัวน้ำ เป็นโรคติดต่อร้ายแรงจากการติดเชื้อไวรัสเรบีส์ (Rabies) ซึ่งพบได้ในสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมเป็นพาหะนำโรคสู่คน เช่น หมา แมว โค กระบือ หนู ลิง กระรอก กระต่ายและค้างคาว เป็นต้น โดยเฉพาะหมาและแมวเป็นสัตว์ที่ใกล้ชิดและเป็นพาหะที่นำโรคพิษสุนัขบ้ามาสู่คนบ่อยกว่าชนิดอื่นๆ จากการถูกกัด ข่วน หรือ  ถูกสัตว์เลียบาดแผล ทำให้เกิดการติดเชื้อได้ สำหรับผู้ป่วยที่ติดเชื้อจะมีอาการสมองอักเสบ ไม่ค่อยรู้สึกตัว กลัวน้ำ กลัวลม บางรายอาจมีอาการแขนขาอ่อนแรง และหากร้ายแรงจนถึงขั้นทำให้เสียชีวิตภายใน 1 สัปดาห์หลังมีอาการติดเชื้อได้  ซึ่งในปัจจุบันโรคพิษสุนัขบ้ายังไม่มีวิธีรักษา ผู้ติดเชื้อส่วนใหญ่มีโอกาสเสียชีวิตแทบทุกราย ดังนั้น การป้องกันไม่ให้ตนเองติดเชื้อจึงมีความจำเป็นอย่างมาก แนวทางการป้องกันการติดเชื้อโรคพิษสุนัขบ้า สามารถทำได้ดังนี้ ฉีดวัคซีนป้องกันพิษสุนัขบ้าให้กับสัตว์เลี้ยงตามกำหนด เป็นประจำทุกปี ไม่ปล่อยสัตว์เลี้ยงไปในที่สาธารณะ หรือหากนำไปเดินเล่นนอกบ้านควรมีสายจูง หลีกเลี่ยงไม่ให้ถูกสัตว์กัด ข่วน โดยการไม่แหย่หรือรังแกให้สัตว์โมโห รวมถึงไม่เข้าใกล้สัตว์ที่ไม่รู้จักหรือไม่มีเจ้าของ ถ้าถูกสัตว์กัดแล้ว ควรปฏิบัติตัวดังนี้ รีบล้างแผลให้เร็วที่สุดด้วยสบู่และน้ำสะอาดหลายๆ ครั้ง โดยล้างให้ถึงก้นแผล นานอย่างน้อย  15 นาที เช็ดแผลด้วยผ้าสะอาดให้แห้ง ใส่ยาฆ่าเชื้อบริเวณแผล เช่น ยาโพวิโดนไอโอดีน เป็นต้น พบแพทย์ทันที ซักประวัติเพื่อรับวัคซีนป้องกันได้ทันท่วงที หากมีสมุดวัคซีนหรือประวัติการฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าและบาดทะยักควรนำไปด้วย จำลักษณะและสังเกตอาการสัตว์ที่กัด […]

ใช้ชีวิตพอดี คือวิธีลดโรค

การรู้จักป้องกันโรคอย่างถูกวิธี จะช่วยควบคุมปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดโรคได้ ความพอดี คือ  การสร้างความสมดุล ความเหมาะสม ร่างกายของเรามีกลไกในการปรับสมดุลเพื่อต่อสู้กับโรคภัยไข้เจ็บ การใช้ชีวิต อย่างพอดี จึงเป็นวิธีลดปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดโรคภัยไข้เจ็บต่าง ๆ ได้ ด้วยการปฏิบัติตามข้อแนะนำ ดังนี้ กินให้พอดี ไม่อดข้าว อดน้ำ กินอาหารให้ตรงเวลา ช่วยป้องกันโรคกระเพาะอาหารได้ ไม่กินมากเกินไปหรือน้อยเกินไป กินอาหารที่ปรุงสุกใหม่ และหลากหลาย เพื่อให้ร่างกายได้รับสารอาหารที่ครบถ้วนในปริมาณที่เพียงพอ ขยับร่างกายให้พอดี เปลี่ยนอิริยาบถทุก ๆ 30 นาที เพื่อให้กล้ามเนื้อ เส้นเอ็น เส้นประสาทและหลอดเลือด เกิดความยืดหยุ่นและทำงานได้เป็นปกติ เพราะการนั่งทำงานนาน ๆ โดยไม่เปลี่ยนอิริยาบท ทำให้กล้ามเนื้อ เส้นเอ็น เส้นประสาทและหลอดเลือดทำงานไม่ปกติ และควรออกกำลังกายสม่ำเสมอ อย่างน้อยสัปดาห์ละ 3-5 วัน วันละอย่างน้อย 30 นาที ทำงานให้พอดี หลีกเลี่ยงการทำงานเกินกำลังที่ร่างกายจะรับได้ งานที่ต้องใช้แรงงานหนัก เช่น งานยกของ งานดึงและดัน หรือแม้แต่งานเบาที่ต้องอยู่ในท่าใดท่าหนึ่งนาน ๆ เช่น นั่งทำงานคอมพิวเตอร์นานต่อเนื่องเกิน 2 ชั่วโมงขึ้นไป ทำให้เกิดการล้าที่กล้ามเนื้อคอ […]

“ยาลูกกลอน” ใช้อย่างไร…ปลอดภัยต่อสุขภาพ

“ยาลูกกลอน” อีกหนึ่งรูปแบบยาแผนโบราณ ที่เกิดจากการนำสมุนไพรมาบด แล้วนำผงยาที่ได้ มาคลุกเคล้ากับน้ำผึ้งจนยึดเกาะกัน ปั้นเป็นเม็ดกลม สมัยโบราณใช้วิธีตากแดดจนแห้งสนิทแล้วเก็บใส่ขวดโหลสามารถเก็บไว้กินได้นาน ปัจจุบัน ชื่อของยาลูกกลอน ถูกผู้ค้าบางส่วน นำมาแสวงหาผลกำไร โดยไม่คำนึงถึงผลเสียต่อสุขภาพ ทำการลักลอบใส่สเตียร์รอยด์ในยาแผนโบราณ สเตียรอยด์ที่ถูกสังเคราะห์ขึ้นเพื่อใช้ทางการแพทย์ มีคุณสมบัติที่จำเป็นต่อร่างกาย เช่น ต้านการอักเสบ ลดอาการปวด ทำให้ภูมิคุ้มกันของร่างกายทำงานเป็นปกติ เป็นต้น จึงทำให้ถูกนำใช้ในการโอ้อวดว่ารักษาได้สารพัดโรค โดยเฉพาะโรคเรื้อรัง เช่น โรคเบาหวาน โรคกระดูกและข้อ ความดันโลหิตสูง อัมพฤกษ์ อัมพาต มะเร็ง เพิ่มสมรรถภาพทางเพศ  ซึ่งส่วนมากตรวจพบสเตียร์รอยด์ผสมอยู่ในยาลูกกลอนที่ไม่ผ่านการขึ้นทะเบียนกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) อีกทั้งสร้างการจูงใจ หลอกล่อ และใช้ชื่อเรียกต่าง ๆ เพื่อให้เข้าถึงผู้ใช้ได้ง่าย เช่น ยาประดง ยาหมอ ยาเบอร์ เป็นต้น ผู้ใช้ยาลูกกลอนที่ไม่ผ่านการขึ้นทะเบียน จะได้รับผลกระทบต่อสุขภาพ คือ เริ่มแรกอาการจะดีขึ้น  ผู้ใช้ยาจึงหลงเชื่อและใช้ยาต่อเนื่อง แต่เมื่อใช้ในระยะยาวจะเป็นอันตราย ทำให้เกิดอาการกระเพาะทะลุ กระดูกพรุน กล้ามเนื้ออ่อนแรง ความดันโลหิตสูง หรือเกิดอาการข้างเคียงต่าง ๆ เช่น น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้น […]