นอนหลับเต็มอิ่ม เติบโตสมวัย

เคยรู้สึกนอนไม่พอ นอนไม่เต็มอิ่ม ตื่นมาก็ยังง่วงเงียเหมือนไม่ได้นอนหรือไม่ อย่านิ่งนอนใจไป เพราะ การนอนคือสิ่งสำคัญ ไม่ใช่แค่การหลับแล้วตื่นเท่านั้น แต่ยังหมายถึงการนอนที่เต็มอิ่ม ได้คุณภาพ ไม่ใช่แค่วัยทำงานเท่านั้น วัยเด็ก วัยรุ่น จำเป็นที่จะต้องนอนพักผ่อนให้เพียงพอเช่นกัน แนะนำให้เด็กแต่ละวัยดังนี้ เด็กวัยอนุบาล อายุ 3-5 ปี ควรนอนหลับ 10-13 ชม./วัน เด็กวัยเรียน 6-13 ปี ควรนอนหลับ 9-11 ชม./วัน เด็กวัยรุ่นอายุ 14-17 ปี ควรนอนหลับ 8-10 ชม./วัน สิ่งที่แนะนำให้ทำเพื่อให้การนอนหลับเต็มอิ่ม สร้างบรรยากาศให้การนอนหลับเป็นช่วงพิเศษ พูดคุยกับลูกให้ลูกรู้สึกผ่อนคลาย คลายกังวล ปรับบรรยากาศห้องนอนให้เหมาะสมกับการนอนหลับ นอนและตื่นให้ตรงเวลา ปิดไฟ หรือหรี่ไฟให้เหมาะสม เมื่อถึงเวลานอน และพาเด็กไปทำกิจกรรมที่เจอแสงแดดธรรมชาติ สิ่งที่ไม่แนะนำให้ทำ เลี่ยงการทำกิจกรรม ที่ตื่นเต้น เร้าใจ หรือเจอแสงจ้าก่อนนอน 2-3 ชั่วโมง ไม่ควรบังคับหรือขู่ให้เด็กนอนหลับ หรือลงโทษ แต่ควรสอนให้เด็กรู้ว่าถึงเวลานอนหลับเป็นช่วงเวลาแห่งความสุข หลีกเลี่ยงการเล่นมือถือก่อนนอน เลี่ยงกินอาหารหนัก […]
“ไม่ต้องรอให้สาย! 5 วิธีป้องกันโรคอ้วนในเด็กที่ทำได้จริง”

โรคอ้วนในเด็กเกิดจากอะไร ? โรคอ้วน คือ ภาวะที่ร่างกายมีไขมันสะสมเกินจนส่งผลเสียต่อสุขภาพ โดยมีสาเหตุจากหลายปัจจัย ได้แก่ พันธุกรรม พ่อแม่อ้วน แม่เป็นเบาหวานขณะตั้งครรภ์ หรือมีโรคทางพันธุกรรม พฤติกรรมการกิน บริโภคอาหารแปรรูป ฟาสต์ฟู้ด ขนมหวาน หรือขนมขบเคี้ยวมากเกินไป การใช้ชีวิตนิ่งๆ ใช้เวลาอยู่กับหน้าจอมาก ไม่ค่อยเคลื่อนไหวร่างกาย ขาดการออกกำลังกาย ทำให้พลังงานที่รับเข้า มากกว่าพลังงานที่ใช้ออกไป อันตรายของโรคอ้วนในเด็ก – ไม่ใช่แค่ตัวเลขบนตาชั่ง ! โรคอ้วนไม่ได้วัดจากรูปร่างเพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับปริมาณไขมันในร่างกายเมื่อเทียบกับ มวลกล้ามเนื้อ โดยทั่วไปใช้ดัชนีมวลกาย (BMI) เป็นตัววัดเบื้องต้น แต่สำหรับเด็ก ต้องพิจารณาอายุและเพศร่วมด้วย โดยสังเกตการเจริญเติบโต น้ำหนักเทียบกับส่วนสูง หรือ BMI ว่าเกินเกณฑ์ที่เหมาะสมตามวัยหรือไม่ และหากเด็กเป็นโรคอ้วน จะมีความเสี่ยง ดังนี้ โรคเรื้อรัง เสี่ยงต่อเบาหวาน ความดันสูง ไขมันในเลือดสูง แม้ในวัยเด็ก ปัญหาทางเดินหายใจ เช่น ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ ส่งผลต่อการนอนและการเรียนรู้ ปัญหาการเคลื่อนไหว เคลื่อนไหวลำบาก ร่วมกิจกรรมทางกายได้จำกัด […]
ไอโอดีน กินพอดี ดีต่อร่างกาย

ไอโอดีนเป็นแร่ธาตุที่ร่างกายต้องการเพียงเล็กน้อย แต่มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งต่อสุขภาพ แม้จะพบในอาหารทั่วไป แต่คนจำนวนไม่น้อยยังขาดไอโอดีนโดยไม่รู้ตัว ไอโอดีนเป็นแร่ธาตุที่มีความจำเป็นต่อร่างกาย ช่วยในการสร้างฮอร์โมนไทรอยด์ ทำหน้าที่ควบคุมอวัยวะต่าง ๆ ของร่างกาย เช่น ควบคุมการเผาผลาญสารอาหารในร่างกาย มีส่วนช่วยในการเจริญและเติบโตของระบบประสาทและสมอง ไอโอดีนเป็นธาตุอาหารที่ร่างกายสร้างขึ้นเองไม่ได้ จำเป็นต้องได้รับจากอาหารหรือน้ำดื่มเท่านั้น เด็กและผู้ใหญ่ หากมีภาวะขาดไอโอดีน ทำให้เป็นคอพอก มีภาวะพร่องฮอร์โมนไทรอยด์ มีความบกพร่องด้านอารมณ์และจิตใจ เป็นคนเซื่องซึม เฉื่อยชา ทารกในครรภ์มารดาที่มีภาวะขาดไอโอดีน อาจจะแท้งหรือตายระหว่างคลอดได้ หากได้รับมากเกินไป ก็อาจทำให้เกิดภาวะต่อมไทรอยด์เป็นพิษได้ ไอโอดีนพบได้ใน พืชและสัตว์ทะเล เช่น ปลาทะเล กุ้งทะเล สาหร่ายทะเล กุ้ง หอย ปู ปลา เกลือเสริมไอโอดีน น้ำปลาเสริมไอโอดีน ผัก เช่น ผักโขม ผักกาดเขียว บร็อคโคลี่ ผลไม้ เช่น สตรอว์เบอร์รี่ ผลิตภัณฑ์นม เช่น โยเกิร์ต นม ชีส น้ำนมแม่ และนมสูตรสำหรับทารก ไอโอดีนเป็นแร่ธาตุที่สำคัญต่อสุขภาพและการทำงานของร่างกาย การได้รับไอโอดีนในปริมาณที่เพียงพอจากอาหารหรือเกลือเสริมไอโอดีนจึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งเพื่อป้องกันภาวะขาดไอโอดีนและส่งเสริมสุขภาพที่ดีของต่อมไทรอยด์ รวมถึงการเจริญเติบโตและพัฒนาการที่เหมาะสมในทุกช่วงวัย […]
ใช้ไฟฟ้าปลอดภัย ช่วงน้ำท่วม

File Download Facebook Twitter LinkedIn
น้ำลด ไม่ใช่จบ! เคล็ด(ไม่)ลับฟื้นฟูบ้าน

File Download Facebook Twitter LinkedIn
ระวัง ! อันตรายที่มากับน้ำท่วม

File Download Facebook Twitter LinkedIn
รับมือปลอดภัย ช่วงน้ำท่วม

File Download Facebook Twitter LinkedIn
สิ่งที่ควรทำ หลังน้ำลด

File Download Facebook Twitter LinkedIn
สิ่งที่ควรทำ หลังน้ำท่วม

File Download Facebook Twitter LinkedIn
เท้าเปียก เท้าคัน ระวัง! “ฮ่องกงฟุต”

“ฮ่องกงฟุต” ชื่อโรคนี้มาจากอดีตทหารอังกฤษที่อยู่ในฮ่องกง ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีอากาศร้อนชื้นแล้วต้องใส่รองเท้าหนาที่ไม่ระบาย ทำให้ติดเชื้อราที่เท้ากันบ่อย จนกลายเป็นชื่อเรียกติดปากมาถึงปัจจุบันนี้ ฮ่องกงฟุต เกิดจากอะไร ? ฮ่องกงฟุตเกิดจากเชื้อราชนิดหนึ่งที่ชอบความชื้นและความอับเปียกของเท้า เมื่อเท้าเปียกน้ำบ่อย เท้าไม่แห้งหลังลุยน้ำ หรือมีเหงื่อออกมาก เชื้อราจะเจริญเติบโตและทำให้เกิดอาการคัน ลอก และอักเสบได้ง่าย โดยเฉพาะบริเวณซอกนิ้วเท้าที่มีการเสียดสี และทำความสะอาดได้ยาก จึงเป็นแหล่งสะสมของสิ่งสกปรกและความอับชื้น ใครบ้าง เสี่ยงเป็นฮ่องกงฟุต ? กลุ่มที่มีความเสี่ยงสูง ได้แก่ คนที่ต้องลุยน้ำบ่อย ๆ เช่น ชาวนา แม่บ้าน และผู้ที่เล่นกีฬาหรือออกกำลังกายหนักจนเท้าชุ่มเหงื่อตลอดเวลา รวมถึงคนที่ใส่รองเท้าหนา ไม่ระบายอากาศ หรือใช้รองเท้าและถุงเท้าร่วมกับผู้อื่น อาการเตือน ที่ไม่ควรมองข้าม อาการจะเริ่มจาก ผิวหนังเปื่อย คัน และลอกบริเวณซอกนิ้วเท้า ต่อมาอาจมีรอยแตกและน้ำเหลืองซึม หากปล่อยไว้อาการจะลุกลามจนผิวหนังเป็นขุยขาว ยุ่ย มีกลิ่นเหม็น และปวดบวมได้ วิธีป้องกันฮ่องกงฟุต ล้างเท้าให้สะอาดและเช็ดให้แห้งทุกครั้ง โดยเฉพาะหลังลุยน้ำหรือเหงื่อออกเยอะ ใส่รองเท้าที่ไม่คับ และระบายอากาศได้ดี เพื่อให้เท้าไม่อับชื้น หลีกเลี่ยงการใช้รองเท้าและถุงเท้าร่วมกับคนอื่น เพื่อป้องกันเชื้อราแพร่กระจาย ซักถุงเท้าและผ้าขนหนูให้สะอาด แล้วตากในที่แดดจัด เพื่อช่วยลดเชื้อราและแบคทีเรีย ฮ่องกงฟุตเป็นโรคผิวหนังที่ไม่ควรมองข้าม เพราะถ้าไม่ดูแลอย่างถูกต้อง อาการจะรุนแรงและรักษายาก การป้องกันที่ง่ายที่สุด […]