สำนักสื่อสารและประชาสัมพันธ์ Office of Communications and Public Relations

สบส. ส่งทีมเจ้าหน้าที่ลงสอบ รพ.เอกชน จ.ราชบุรี เคลียร์ปมวินิจฉัยพลาด จนเสียชีวิต

กระทรวงสาธารณสุข เปิดรับสมัครคัดเลือกผู้เข้ารับการอบรมหลักสูตรอาสาพยาบาลชุมชน (อสพ.) ประจำปี พ.ศ. 2569 จำนวน 7,256 อัตรา ระหว่างวันที่ 15–31 กรกฎาคม 2569 ครอบคลุม 7,256 ตำบล ใน 76 จังหวัดทั่วประเทศ เพื่อสร้างเครือข่ายกำลังคนด้านสุขภาพในระดับชุมชน ยกระดับการส่งเสริมสุขภาพ ป้องกันโรค และดูแลประชาชนให้เข้าถึงบริการสุขภาพอย่างทั่วถึงและมีประสิทธิภาพ
วันนี้ (15 กรกฎาคม 2569) ณ สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วยนายแพทย์สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข นายแพทย์ภูวเดช สุระโคตร อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (กรม สบส.) ทันตแพทย์อาคม ประดิษฐสุวรรณ รองอธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ และคณะผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุข ร่วมแถลงข่าวการเปิดรับสมัคร “อาสาพยาบาลชุมชน (อสพ.)” จำนวน 7,256 อัตรา เพื่อคัดเลือกผู้เข้ารับการอบรมหลักสูตรอาสาพยาบาลชุมชน ประจำปี พ.ศ. 2569
นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ว่า กระทรวงสาธารณสุข โดยกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (กรม สบส.) เดินหน้าขับเคลื่อนนโยบายเสริมสร้างระบบสุขภาพปฐมภูมิและการมีส่วนร่วมของประชาชน ด้วยการเปิดรับสมัครบุคคลเพื่อคัดเลือกเข้ารับการอบรมหลักสูตร “อาสาพยาบาลชุมชน” หรือ อสพ. จำนวน 7,256 คน ครอบคลุมพื้นที่ตำบล ใน 76 จังหวัดทั่วประเทศ โดยจัดสรรตำบลละ 1 คน เปิดรับสมัครระหว่างวันที่ 15 – 31 กรกฎาคม 2569 ในวันและเวลาราชการ ผู้สมัครสามารถยื่นใบสมัครด้วยตนเอง ณ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดในจังหวัดภูมิลำเนา หรือสถานที่ที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดกำหนด โดยไม่เสียค่าธรรมเนียมการสมัคร
นโยบายนี้เกิดจากความจำเป็นของระบบสุขภาพไทยที่ต้องดูแลประชาชนให้ต่อเนื่องมากกว่าการรักษาในโรงพยาบาล ซึ่งปัจจุบันเรามีผู้สูงอายุ ผู้มีภาวะพึ่งพิง ผู้ป่วยโรคเรื้องรัง และประชาชนที่ต้องได้รับการติดตามถึงบ้านจำนวนมาก อสพ. จึงถูกออกแบบให้เป็น “กำลังเสริมของทีมสุขภาพ” ไม่ใช่การสร้างวิชาชีพใหม่ ไม่ใช่การทำงานทดแทนพยาบาลวิชาชีพ อสม. ผู้ดูแลผู้สูงอายุ หรือบุคลากรสาธารณสุขอื่น แต่จะเข้ามาช่วยในงานที่จำเป็นต้องดูแลอย่างต่อเนื่อง เช่น การเยี่ยมบ้าน การสังเกตและติดตามอาการ การบันทึกข้อมูลสุขภาพตามแผนการดูแล การส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรค การสนับสนุนให้ผู้ป่วยมาตามนัดและการใช้ยาตามคำสั่งของผู้ประกอบวิชาชีพ ตลอดจนการประสานส่งต่อเมื่อพบสัญญาณอันตราย โดย อสพ. จะดูแลในกลุ่มเปราะบาง 4 กลุ่ม ประกอบด้วย ผู้สูงอายุและผู้มีภาวะพึ่งพิง ผู้ป่วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง(NCDs) แม่และเด็ก และผู้ป่วยจิตเวช/ยาเสพติด
นายพัฒนา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า คุณสมบัติ การรับสมัครแบ่งเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ 1) กลุ่มปริญญาตรีทั่วไป อายุไม่เกิน 60 ปี เข้ารับการอบรม 240 ชั่วโมง 2) กลุ่มปริญญาตรีด้านสุขภาพ อายุไม่เกิน 65 ปี เข้ารับการอบรม 120 ชั่วโมง 3) กลุ่มพยาบาลวิชีพหรือผู้ประกอบวิชาชีพสุขภาพที่มีใบอนุญาตยังมีผลใช้บังคับ อายุไม่เกิน 70 ปี เข้ารับการอบรม 30 ชั่วโมง
การคัดเลือกจะดำเนินการโดยคณะอนุกรรมการคัดเลือกระดับจังหวัด ในการสัมภาษณ์ตามเกณฑ์มาตรฐานเดียวกัน 5 ด้าน ได้แก่ 1. คุณสมบัติและความสามารถ 2. ประสบการณ์ 3. ความพร้อมและความผูกพันกับพื้นที่ 4. การสื่อสารและการทำงานเป็นทีม 5. ทักษะการแก้ไขปัญหา เพื่อให้เกิดความโปร่งใสและเป็นธรรม
ผู้สนใจสามารถยื่นใบสมัครด้วยตนเองได้ตั้งแต่วันที่ 15 ถึง 31 กรกฎาคม 2569 ที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด โดยเตรียมเอกสารสำคัญ เช่น บัตรประขาชน ทะเบียนบ้าน หลักฐานการศึกษา หนังสือรับรองการเป็นบุคคลในพื้นที่ รูปถ่าย ใบรับรองแพทย์ และใบอนุญาตประกอบวิชาชีพในกรณีที่เกี่ยวข้อง ขอให้ตรวจสอบรายละเอียดจากประกาศและช่องทางทางการของ กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ และสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด
“กระทรวงสาธารณสุขเชื่อมั่นว่า การมีคนในพื้นที่ที่ผ่านการคัดเลือกและอบรมอย่างมีมาตรฐาน จะช่วยให้ประชาชนได้รับการดูแลเร็วขึ้น ต่อเนื่องขึ้น และใกล้บ้านมากขึ้น จึงขอเชิญผู้มีคุณสมบัติที่มีใจอาสา มีความรับผิดชอบ และพร้อมทำงานร่วมกับชุมชน สมัครเข้าร่วมโครงการมาเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาระบบสุขภาพไทย ที่ดูแลประชาชนอย่างทั่วถึงและไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง”

สบส. ชวนร่วมแสดงความเห็น ร่าง พ.ร.บ.อุ้มบุญ ฉบับปรับปรุง เปิดรับฟังถึงสิ้นเดือน ก.ค. 69

กระทรวงสาธารณสุข เปิดรับสมัครคัดเลือกผู้เข้ารับการอบรมหลักสูตรอาสาพยาบาลชุมชน (อสพ.) ประจำปี พ.ศ. 2569 จำนวน 7,256 อัตรา ระหว่างวันที่ 15–31 กรกฎาคม 2569 ครอบคลุม 7,256 ตำบล ใน 76 จังหวัดทั่วประเทศ เพื่อสร้างเครือข่ายกำลังคนด้านสุขภาพในระดับชุมชน ยกระดับการส่งเสริมสุขภาพ ป้องกันโรค และดูแลประชาชนให้เข้าถึงบริการสุขภาพอย่างทั่วถึงและมีประสิทธิภาพ
วันนี้ (15 กรกฎาคม 2569) ณ สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วยนายแพทย์สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข นายแพทย์ภูวเดช สุระโคตร อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (กรม สบส.) ทันตแพทย์อาคม ประดิษฐสุวรรณ รองอธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ และคณะผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุข ร่วมแถลงข่าวการเปิดรับสมัคร “อาสาพยาบาลชุมชน (อสพ.)” จำนวน 7,256 อัตรา เพื่อคัดเลือกผู้เข้ารับการอบรมหลักสูตรอาสาพยาบาลชุมชน ประจำปี พ.ศ. 2569
นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ว่า กระทรวงสาธารณสุข โดยกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (กรม สบส.) เดินหน้าขับเคลื่อนนโยบายเสริมสร้างระบบสุขภาพปฐมภูมิและการมีส่วนร่วมของประชาชน ด้วยการเปิดรับสมัครบุคคลเพื่อคัดเลือกเข้ารับการอบรมหลักสูตร “อาสาพยาบาลชุมชน” หรือ อสพ. จำนวน 7,256 คน ครอบคลุมพื้นที่ตำบล ใน 76 จังหวัดทั่วประเทศ โดยจัดสรรตำบลละ 1 คน เปิดรับสมัครระหว่างวันที่ 15 – 31 กรกฎาคม 2569 ในวันและเวลาราชการ ผู้สมัครสามารถยื่นใบสมัครด้วยตนเอง ณ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดในจังหวัดภูมิลำเนา หรือสถานที่ที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดกำหนด โดยไม่เสียค่าธรรมเนียมการสมัคร
นโยบายนี้เกิดจากความจำเป็นของระบบสุขภาพไทยที่ต้องดูแลประชาชนให้ต่อเนื่องมากกว่าการรักษาในโรงพยาบาล ซึ่งปัจจุบันเรามีผู้สูงอายุ ผู้มีภาวะพึ่งพิง ผู้ป่วยโรคเรื้องรัง และประชาชนที่ต้องได้รับการติดตามถึงบ้านจำนวนมาก อสพ. จึงถูกออกแบบให้เป็น “กำลังเสริมของทีมสุขภาพ” ไม่ใช่การสร้างวิชาชีพใหม่ ไม่ใช่การทำงานทดแทนพยาบาลวิชาชีพ อสม. ผู้ดูแลผู้สูงอายุ หรือบุคลากรสาธารณสุขอื่น แต่จะเข้ามาช่วยในงานที่จำเป็นต้องดูแลอย่างต่อเนื่อง เช่น การเยี่ยมบ้าน การสังเกตและติดตามอาการ การบันทึกข้อมูลสุขภาพตามแผนการดูแล การส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรค การสนับสนุนให้ผู้ป่วยมาตามนัดและการใช้ยาตามคำสั่งของผู้ประกอบวิชาชีพ ตลอดจนการประสานส่งต่อเมื่อพบสัญญาณอันตราย โดย อสพ. จะดูแลในกลุ่มเปราะบาง 4 กลุ่ม ประกอบด้วย ผู้สูงอายุและผู้มีภาวะพึ่งพิง ผู้ป่วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง(NCDs) แม่และเด็ก และผู้ป่วยจิตเวช/ยาเสพติด
นายพัฒนา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า คุณสมบัติ การรับสมัครแบ่งเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ 1) กลุ่มปริญญาตรีทั่วไป อายุไม่เกิน 60 ปี เข้ารับการอบรม 240 ชั่วโมง 2) กลุ่มปริญญาตรีด้านสุขภาพ อายุไม่เกิน 65 ปี เข้ารับการอบรม 120 ชั่วโมง 3) กลุ่มพยาบาลวิชีพหรือผู้ประกอบวิชาชีพสุขภาพที่มีใบอนุญาตยังมีผลใช้บังคับ อายุไม่เกิน 70 ปี เข้ารับการอบรม 30 ชั่วโมง
การคัดเลือกจะดำเนินการโดยคณะอนุกรรมการคัดเลือกระดับจังหวัด ในการสัมภาษณ์ตามเกณฑ์มาตรฐานเดียวกัน 5 ด้าน ได้แก่ 1. คุณสมบัติและความสามารถ 2. ประสบการณ์ 3. ความพร้อมและความผูกพันกับพื้นที่ 4. การสื่อสารและการทำงานเป็นทีม 5. ทักษะการแก้ไขปัญหา เพื่อให้เกิดความโปร่งใสและเป็นธรรม
ผู้สนใจสามารถยื่นใบสมัครด้วยตนเองได้ตั้งแต่วันที่ 15 ถึง 31 กรกฎาคม 2569 ที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด โดยเตรียมเอกสารสำคัญ เช่น บัตรประขาชน ทะเบียนบ้าน หลักฐานการศึกษา หนังสือรับรองการเป็นบุคคลในพื้นที่ รูปถ่าย ใบรับรองแพทย์ และใบอนุญาตประกอบวิชาชีพในกรณีที่เกี่ยวข้อง ขอให้ตรวจสอบรายละเอียดจากประกาศและช่องทางทางการของ กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ และสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด
“กระทรวงสาธารณสุขเชื่อมั่นว่า การมีคนในพื้นที่ที่ผ่านการคัดเลือกและอบรมอย่างมีมาตรฐาน จะช่วยให้ประชาชนได้รับการดูแลเร็วขึ้น ต่อเนื่องขึ้น และใกล้บ้านมากขึ้น จึงขอเชิญผู้มีคุณสมบัติที่มีใจอาสา มีความรับผิดชอบ และพร้อมทำงานร่วมกับชุมชน สมัครเข้าร่วมโครงการมาเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาระบบสุขภาพไทย ที่ดูแลประชาชนอย่างทั่วถึงและไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง”

รมว.สธ. สั่ง สบส.นำทีมตรวจโรงพยาบาลเอกชนย่านฝั่งธน สอบข้อเท็จจริงทุจริตแจ้งเกิดต่างชาติสวมสิทธิ์

กระทรวงสาธารณสุข เปิดรับสมัครคัดเลือกผู้เข้ารับการอบรมหลักสูตรอาสาพยาบาลชุมชน (อสพ.) ประจำปี พ.ศ. 2569 จำนวน 7,256 อัตรา ระหว่างวันที่ 15–31 กรกฎาคม 2569 ครอบคลุม 7,256 ตำบล ใน 76 จังหวัดทั่วประเทศ เพื่อสร้างเครือข่ายกำลังคนด้านสุขภาพในระดับชุมชน ยกระดับการส่งเสริมสุขภาพ ป้องกันโรค และดูแลประชาชนให้เข้าถึงบริการสุขภาพอย่างทั่วถึงและมีประสิทธิภาพ
วันนี้ (15 กรกฎาคม 2569) ณ สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วยนายแพทย์สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข นายแพทย์ภูวเดช สุระโคตร อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (กรม สบส.) ทันตแพทย์อาคม ประดิษฐสุวรรณ รองอธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ และคณะผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุข ร่วมแถลงข่าวการเปิดรับสมัคร “อาสาพยาบาลชุมชน (อสพ.)” จำนวน 7,256 อัตรา เพื่อคัดเลือกผู้เข้ารับการอบรมหลักสูตรอาสาพยาบาลชุมชน ประจำปี พ.ศ. 2569
นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ว่า กระทรวงสาธารณสุข โดยกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (กรม สบส.) เดินหน้าขับเคลื่อนนโยบายเสริมสร้างระบบสุขภาพปฐมภูมิและการมีส่วนร่วมของประชาชน ด้วยการเปิดรับสมัครบุคคลเพื่อคัดเลือกเข้ารับการอบรมหลักสูตร “อาสาพยาบาลชุมชน” หรือ อสพ. จำนวน 7,256 คน ครอบคลุมพื้นที่ตำบล ใน 76 จังหวัดทั่วประเทศ โดยจัดสรรตำบลละ 1 คน เปิดรับสมัครระหว่างวันที่ 15 – 31 กรกฎาคม 2569 ในวันและเวลาราชการ ผู้สมัครสามารถยื่นใบสมัครด้วยตนเอง ณ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดในจังหวัดภูมิลำเนา หรือสถานที่ที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดกำหนด โดยไม่เสียค่าธรรมเนียมการสมัคร
นโยบายนี้เกิดจากความจำเป็นของระบบสุขภาพไทยที่ต้องดูแลประชาชนให้ต่อเนื่องมากกว่าการรักษาในโรงพยาบาล ซึ่งปัจจุบันเรามีผู้สูงอายุ ผู้มีภาวะพึ่งพิง ผู้ป่วยโรคเรื้องรัง และประชาชนที่ต้องได้รับการติดตามถึงบ้านจำนวนมาก อสพ. จึงถูกออกแบบให้เป็น “กำลังเสริมของทีมสุขภาพ” ไม่ใช่การสร้างวิชาชีพใหม่ ไม่ใช่การทำงานทดแทนพยาบาลวิชาชีพ อสม. ผู้ดูแลผู้สูงอายุ หรือบุคลากรสาธารณสุขอื่น แต่จะเข้ามาช่วยในงานที่จำเป็นต้องดูแลอย่างต่อเนื่อง เช่น การเยี่ยมบ้าน การสังเกตและติดตามอาการ การบันทึกข้อมูลสุขภาพตามแผนการดูแล การส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรค การสนับสนุนให้ผู้ป่วยมาตามนัดและการใช้ยาตามคำสั่งของผู้ประกอบวิชาชีพ ตลอดจนการประสานส่งต่อเมื่อพบสัญญาณอันตราย โดย อสพ. จะดูแลในกลุ่มเปราะบาง 4 กลุ่ม ประกอบด้วย ผู้สูงอายุและผู้มีภาวะพึ่งพิง ผู้ป่วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง(NCDs) แม่และเด็ก และผู้ป่วยจิตเวช/ยาเสพติด
นายพัฒนา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า คุณสมบัติ การรับสมัครแบ่งเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ 1) กลุ่มปริญญาตรีทั่วไป อายุไม่เกิน 60 ปี เข้ารับการอบรม 240 ชั่วโมง 2) กลุ่มปริญญาตรีด้านสุขภาพ อายุไม่เกิน 65 ปี เข้ารับการอบรม 120 ชั่วโมง 3) กลุ่มพยาบาลวิชีพหรือผู้ประกอบวิชาชีพสุขภาพที่มีใบอนุญาตยังมีผลใช้บังคับ อายุไม่เกิน 70 ปี เข้ารับการอบรม 30 ชั่วโมง
การคัดเลือกจะดำเนินการโดยคณะอนุกรรมการคัดเลือกระดับจังหวัด ในการสัมภาษณ์ตามเกณฑ์มาตรฐานเดียวกัน 5 ด้าน ได้แก่ 1. คุณสมบัติและความสามารถ 2. ประสบการณ์ 3. ความพร้อมและความผูกพันกับพื้นที่ 4. การสื่อสารและการทำงานเป็นทีม 5. ทักษะการแก้ไขปัญหา เพื่อให้เกิดความโปร่งใสและเป็นธรรม
ผู้สนใจสามารถยื่นใบสมัครด้วยตนเองได้ตั้งแต่วันที่ 15 ถึง 31 กรกฎาคม 2569 ที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด โดยเตรียมเอกสารสำคัญ เช่น บัตรประขาชน ทะเบียนบ้าน หลักฐานการศึกษา หนังสือรับรองการเป็นบุคคลในพื้นที่ รูปถ่าย ใบรับรองแพทย์ และใบอนุญาตประกอบวิชาชีพในกรณีที่เกี่ยวข้อง ขอให้ตรวจสอบรายละเอียดจากประกาศและช่องทางทางการของ กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ และสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด
“กระทรวงสาธารณสุขเชื่อมั่นว่า การมีคนในพื้นที่ที่ผ่านการคัดเลือกและอบรมอย่างมีมาตรฐาน จะช่วยให้ประชาชนได้รับการดูแลเร็วขึ้น ต่อเนื่องขึ้น และใกล้บ้านมากขึ้น จึงขอเชิญผู้มีคุณสมบัติที่มีใจอาสา มีความรับผิดชอบ และพร้อมทำงานร่วมกับชุมชน สมัครเข้าร่วมโครงการมาเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาระบบสุขภาพไทย ที่ดูแลประชาชนอย่างทั่วถึงและไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง”

สธ. เร่งสร้างกำลังคนด้านสุขภาพ เปิดรับสมัคร “อาสาพยาบาลชุมชน (อสพ.)” รุ่นแรก 7,256 อัตรา

กระทรวงสาธารณสุข เปิดรับสมัครคัดเลือกผู้เข้ารับการอบรมหลักสูตรอาสาพยาบาลชุมชน (อสพ.) ประจำปี พ.ศ. 2569 จำนวน 7,256 อัตรา ระหว่างวันที่ 15–31 กรกฎาคม 2569 ครอบคลุม 7,256 ตำบล ใน 76 จังหวัดทั่วประเทศ เพื่อสร้างเครือข่ายกำลังคนด้านสุขภาพในระดับชุมชน ยกระดับการส่งเสริมสุขภาพ ป้องกันโรค และดูแลประชาชนให้เข้าถึงบริการสุขภาพอย่างทั่วถึงและมีประสิทธิภาพ
วันนี้ (15 กรกฎาคม 2569) ณ สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วยนายแพทย์สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข นายแพทย์ภูวเดช สุระโคตร อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (กรม สบส.) ทันตแพทย์อาคม ประดิษฐสุวรรณ รองอธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ และคณะผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุข ร่วมแถลงข่าวการเปิดรับสมัคร “อาสาพยาบาลชุมชน (อสพ.)” จำนวน 7,256 อัตรา เพื่อคัดเลือกผู้เข้ารับการอบรมหลักสูตรอาสาพยาบาลชุมชน ประจำปี พ.ศ. 2569
นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ว่า กระทรวงสาธารณสุข โดยกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (กรม สบส.) เดินหน้าขับเคลื่อนนโยบายเสริมสร้างระบบสุขภาพปฐมภูมิและการมีส่วนร่วมของประชาชน ด้วยการเปิดรับสมัครบุคคลเพื่อคัดเลือกเข้ารับการอบรมหลักสูตร “อาสาพยาบาลชุมชน” หรือ อสพ. จำนวน 7,256 คน ครอบคลุมพื้นที่ตำบล ใน 76 จังหวัดทั่วประเทศ โดยจัดสรรตำบลละ 1 คน เปิดรับสมัครระหว่างวันที่ 15 – 31 กรกฎาคม 2569 ในวันและเวลาราชการ ผู้สมัครสามารถยื่นใบสมัครด้วยตนเอง ณ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดในจังหวัดภูมิลำเนา หรือสถานที่ที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดกำหนด โดยไม่เสียค่าธรรมเนียมการสมัคร
นโยบายนี้เกิดจากความจำเป็นของระบบสุขภาพไทยที่ต้องดูแลประชาชนให้ต่อเนื่องมากกว่าการรักษาในโรงพยาบาล ซึ่งปัจจุบันเรามีผู้สูงอายุ ผู้มีภาวะพึ่งพิง ผู้ป่วยโรคเรื้องรัง และประชาชนที่ต้องได้รับการติดตามถึงบ้านจำนวนมาก อสพ. จึงถูกออกแบบให้เป็น “กำลังเสริมของทีมสุขภาพ” ไม่ใช่การสร้างวิชาชีพใหม่ ไม่ใช่การทำงานทดแทนพยาบาลวิชาชีพ อสม. ผู้ดูแลผู้สูงอายุ หรือบุคลากรสาธารณสุขอื่น แต่จะเข้ามาช่วยในงานที่จำเป็นต้องดูแลอย่างต่อเนื่อง เช่น การเยี่ยมบ้าน การสังเกตและติดตามอาการ การบันทึกข้อมูลสุขภาพตามแผนการดูแล การส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรค การสนับสนุนให้ผู้ป่วยมาตามนัดและการใช้ยาตามคำสั่งของผู้ประกอบวิชาชีพ ตลอดจนการประสานส่งต่อเมื่อพบสัญญาณอันตราย โดย อสพ. จะดูแลในกลุ่มเปราะบาง 4 กลุ่ม ประกอบด้วย ผู้สูงอายุและผู้มีภาวะพึ่งพิง ผู้ป่วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง(NCDs) แม่และเด็ก และผู้ป่วยจิตเวช/ยาเสพติด
นายพัฒนา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า คุณสมบัติ การรับสมัครแบ่งเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ 1) กลุ่มปริญญาตรีทั่วไป อายุไม่เกิน 60 ปี เข้ารับการอบรม 240 ชั่วโมง 2) กลุ่มปริญญาตรีด้านสุขภาพ อายุไม่เกิน 65 ปี เข้ารับการอบรม 120 ชั่วโมง 3) กลุ่มพยาบาลวิชีพหรือผู้ประกอบวิชาชีพสุขภาพที่มีใบอนุญาตยังมีผลใช้บังคับ อายุไม่เกิน 70 ปี เข้ารับการอบรม 30 ชั่วโมง
การคัดเลือกจะดำเนินการโดยคณะอนุกรรมการคัดเลือกระดับจังหวัด ในการสัมภาษณ์ตามเกณฑ์มาตรฐานเดียวกัน 5 ด้าน ได้แก่ 1. คุณสมบัติและความสามารถ 2. ประสบการณ์ 3. ความพร้อมและความผูกพันกับพื้นที่ 4. การสื่อสารและการทำงานเป็นทีม 5. ทักษะการแก้ไขปัญหา เพื่อให้เกิดความโปร่งใสและเป็นธรรม
ผู้สนใจสามารถยื่นใบสมัครด้วยตนเองได้ตั้งแต่วันที่ 15 ถึง 31 กรกฎาคม 2569 ที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด โดยเตรียมเอกสารสำคัญ เช่น บัตรประขาชน ทะเบียนบ้าน หลักฐานการศึกษา หนังสือรับรองการเป็นบุคคลในพื้นที่ รูปถ่าย ใบรับรองแพทย์ และใบอนุญาตประกอบวิชาชีพในกรณีที่เกี่ยวข้อง ขอให้ตรวจสอบรายละเอียดจากประกาศและช่องทางทางการของ กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ และสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด
“กระทรวงสาธารณสุขเชื่อมั่นว่า การมีคนในพื้นที่ที่ผ่านการคัดเลือกและอบรมอย่างมีมาตรฐาน จะช่วยให้ประชาชนได้รับการดูแลเร็วขึ้น ต่อเนื่องขึ้น และใกล้บ้านมากขึ้น จึงขอเชิญผู้มีคุณสมบัติที่มีใจอาสา มีความรับผิดชอบ และพร้อมทำงานร่วมกับชุมชน สมัครเข้าร่วมโครงการมาเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาระบบสุขภาพไทย ที่ดูแลประชาชนอย่างทั่วถึงและไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง”

 สบส. รับฟังความเห็นทุกภาคส่วน ร่วมวางรากฐานวิศวกรรมการแพทย์ไทย ผ่าน “พ.ร.บ. ระบบงานวิศวกรรมการแพทย์”

สบส. เผยไทม์ไลน์ขับเคลื่อน อสพ. 7,256 คน ตามนโยบายสุขภาพดีทุกช่วงวัย
ด้วยเครือข่ายปฐมภูมิ ร่วมสร้างความเข้มแข็งสุขภาพชุมชนไทย
กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) กระทรวงสาธารณสุข เผยไทม์ไลน์ขับเคลื่อนนโยบายอาสาพยาบาลชุมชน (อสพ.) ธันวาคม 2569 พร้อมจ้างงาน 7,256 คน ร่วมดูแลสุขภาพเชื่อมโยง หมอครอบครัว โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) และอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) เพิ่มเติมระบบสุขภาพชุมชนให้เข้มแข็งและยั่งยืน
นพ.ภูวเดช สุระโคตร อธิบดีกรม สบส. กล่าวว่า ปัจจุบัน สถานการณ์สุขภาพของประเทศไทย ยังคงเผชิญความท้าทายในหลากหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นปัญหาโรคติดต่อไม่เรื้อรัง (NCDs) การเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์ เด็กเกิดน้อย ปัญหาสุขภาพจิตและยาเสพติด การขาดแคลนกำลังคนด้านสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข จึงกำหนดนโยบายสุขภาพดีทุกช่วงวัยด้วยเครือข่ายปฐมภูมิขึ้น โดยมีแนวคิดในการผลิต อสพ. ซึ่งเป็นคนในชุมชนที่มี
จิตบริการ เสียสละ มาร่วมเติมเต็มมิติ “ส่งเสริม ป้องกัน ดูแล และฟื้นฟูสุขภาพ” ในระบบสุขภาพปฐมภูมิ ซึ่งจะช่วยแบ่งเบาภาระงานของ รพ.สต. ในการดูแลผู้ป่วย และกลุ่มเปราะบางในชุมชนให้เกิดความครอบคลุม
โดยจากการประชุมหารือ ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กรม สบส. ได้วางแผนการดำเนินงานขับเคลื่อนนโยบาย อสพ. ในกรอบระยะเวลา 6 เดือน (กรกฎาคม – ธันวาคม 2569) เพื่อผลิต อสพ. จำนวน 7,256 คน
ในสัดส่วน 1 อสพ. 1 ตำบลทั่วไทย โดยเริ่มประกาศรับสมัคร อสพ. ในช่วงต้นเดือนกรกฎาคม ดำเนินการคัดเลือกด้วยการสัมภาษณ์ ในเดือนสิงหาคม หลังจากนั้นจะประกาศผลการคัดเลือก ลงนามสัญญา และจัดปฐมนิเทศ ในเดือนกันยายน และเริ่มการอบรมทุกกลุ่ม (พยาบาลวิชาชีพ/ปริญญาตรีสายสุขภาพ/ปริญญาตรีสายทั่วไป) ในเดือนตุลาคม ซึ่งผู้เข้ารับการอบรมทั้ง 3 กลุ่ม จะอบรมเสร็จสิ้น และเริ่มจ้างงานทั้ง 3 กลุ่มในช่วงเดือนตุลาคม-ธันวาคม 2569
นพ.ภูวเดชฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า อสพ. ที่ผ่านการอบรมนั้น จะเข้ามามีบทบาทสำคัญในการยกระดับผลลัพธ์ทางด้านสุขภาพใน 4 กลุ่มเปราะบาง ได้แก่ 1.ผู้สูงอายุ/ผู้มีภาวะพึ่งพิง จำนวน 244,062 ราย 2.ผู้ป่วยโรค NCDs จำนวน 28.4 ล้านราย 3.กลุ่มแม่และเด็ก จำนวน 1.81 ล้านราย และ4.ผู้ป่วยจิตเวช/ยาเสพติด จำนวน 4.5 ล้านราย โดย อสพ. ทั้ง 7,256 คน จะดูแลกลุ่มเปราะบางทั้ง 35 ล้านราย ซึ่งจะช่วยเพิ่มผลิตภาพให้กับประเทศทั้งทางตรงและทางอ้อมได้เป็นอย่างมาก

******************7 กรกฎาคม 2569

สบส. เผยไทม์ไลน์ขับเคลื่อน อสพ. 7,256 คน ตามนโยบายสุขภาพดีทุกช่วงวัย ด้วยเครือข่ายปฐมภูมิ ร่วมสร้างความเข้มแข็งสุขภาพชุมชนไทย

สบส. เผยไทม์ไลน์ขับเคลื่อน อสพ. 7,256 คน ตามนโยบายสุขภาพดีทุกช่วงวัย
ด้วยเครือข่ายปฐมภูมิ ร่วมสร้างความเข้มแข็งสุขภาพชุมชนไทย
กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) กระทรวงสาธารณสุข เผยไทม์ไลน์ขับเคลื่อนนโยบายอาสาพยาบาลชุมชน (อสพ.) ธันวาคม 2569 พร้อมจ้างงาน 7,256 คน ร่วมดูแลสุขภาพเชื่อมโยง หมอครอบครัว โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) และอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) เพิ่มเติมระบบสุขภาพชุมชนให้เข้มแข็งและยั่งยืน
นพ.ภูวเดช สุระโคตร อธิบดีกรม สบส. กล่าวว่า ปัจจุบัน สถานการณ์สุขภาพของประเทศไทย ยังคงเผชิญความท้าทายในหลากหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นปัญหาโรคติดต่อไม่เรื้อรัง (NCDs) การเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์ เด็กเกิดน้อย ปัญหาสุขภาพจิตและยาเสพติด การขาดแคลนกำลังคนด้านสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข จึงกำหนดนโยบายสุขภาพดีทุกช่วงวัยด้วยเครือข่ายปฐมภูมิขึ้น โดยมีแนวคิดในการผลิต อสพ. ซึ่งเป็นคนในชุมชนที่มี
จิตบริการ เสียสละ มาร่วมเติมเต็มมิติ “ส่งเสริม ป้องกัน ดูแล และฟื้นฟูสุขภาพ” ในระบบสุขภาพปฐมภูมิ ซึ่งจะช่วยแบ่งเบาภาระงานของ รพ.สต. ในการดูแลผู้ป่วย และกลุ่มเปราะบางในชุมชนให้เกิดความครอบคลุม
โดยจากการประชุมหารือ ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กรม สบส. ได้วางแผนการดำเนินงานขับเคลื่อนนโยบาย อสพ. ในกรอบระยะเวลา 6 เดือน (กรกฎาคม – ธันวาคม 2569) เพื่อผลิต อสพ. จำนวน 7,256 คน
ในสัดส่วน 1 อสพ. 1 ตำบลทั่วไทย โดยเริ่มประกาศรับสมัคร อสพ. ในช่วงต้นเดือนกรกฎาคม ดำเนินการคัดเลือกด้วยการสัมภาษณ์ ในเดือนสิงหาคม หลังจากนั้นจะประกาศผลการคัดเลือก ลงนามสัญญา และจัดปฐมนิเทศ ในเดือนกันยายน และเริ่มการอบรมทุกกลุ่ม (พยาบาลวิชาชีพ/ปริญญาตรีสายสุขภาพ/ปริญญาตรีสายทั่วไป) ในเดือนตุลาคม ซึ่งผู้เข้ารับการอบรมทั้ง 3 กลุ่ม จะอบรมเสร็จสิ้น และเริ่มจ้างงานทั้ง 3 กลุ่มในช่วงเดือนตุลาคม-ธันวาคม 2569
นพ.ภูวเดชฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า อสพ. ที่ผ่านการอบรมนั้น จะเข้ามามีบทบาทสำคัญในการยกระดับผลลัพธ์ทางด้านสุขภาพใน 4 กลุ่มเปราะบาง ได้แก่ 1.ผู้สูงอายุ/ผู้มีภาวะพึ่งพิง จำนวน 244,062 ราย 2.ผู้ป่วยโรค NCDs จำนวน 28.4 ล้านราย 3.กลุ่มแม่และเด็ก จำนวน 1.81 ล้านราย และ4.ผู้ป่วยจิตเวช/ยาเสพติด จำนวน 4.5 ล้านราย โดย อสพ. ทั้ง 7,256 คน จะดูแลกลุ่มเปราะบางทั้ง 35 ล้านราย ซึ่งจะช่วยเพิ่มผลิตภาพให้กับประเทศทั้งทางตรงและทางอ้อมได้เป็นอย่างมาก

******************7 กรกฎาคม 2569

สบส. พัฒนานวัตกรรมห้องแยกโรคความดันลบในเรือนจำ ยกระดับมาตรฐานการป้องกันและควบคุมโรค

หน้าหลัก ข่าวกิจกรรม ข่าวรอบรั้ว สบส. ข่าวเครือข่าย ข่าวประชาสัมพันธ์        กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) กระทรวงสาธารณสุขพัฒนาระบบบริการสุขภาพในเรือนจำ สนับสนุนการจัดทำห้องแยกโรคความดันลบในเรือนจำตามในพื้นที่เขตสุขภาพที่ 4 ยกระดับมาตรฐานการป้องกันและควบคุมโรคติดต่อ โดยเฉพาะวัณโรค ซึ่งเป็นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญในกลุ่มผู้ต้องขัง และสอดคล้องกับนโยบายการพัฒนาระบบบริการสุขภาพที่เป็นเลิศ          นายแพทย์ภูวเดช สุระโคตร อธิบดีกรม สบส. กล่าวว่า ภายหลัง จากการลงพื้นที่ตรวจราชการ และติดตามการดำเนินงานในเรือนจำ 9 แห่ง ครอบคลุมพื้นที่ 8 จังหวัด ในเขตสุขภาพที่ 4 พบว่า เรือนจำหลายแห่งยังประสบปัญหาและข้อจำกัดในการจัดทำห้องแยกโรค ไม่ว่าจะเป็นด้านองค์ความรู้และความเข้าใจของเจ้าหน้าที่ หรืองบประมาณที่มีจำกัด และข้อกำหนดด้านความมั่นคงปลอดภัยของเรือนจำ รวมถึงปัญหาความแออัดจากจำนวนผู้ต้องขังที่มีอยู่จำนวนมาก ซึ่งสุ่มเสี่ยงที่จะเกิดการระบาดของโรคติดต่ออันตรายในกลุ่มผู้ต้องขัง อาทิ โรควัณโรค (TB) ซึ่งมีความรุนแรงของการแพร่ระบาดในเรือนจำสูงกว่าพื้นที่อื่นๆ หลายเท่า เนื่องจากความแออัดและการระบายอากาศที่ไม่ดี ดังนั้น จึงมีข้อสั่งการให้ศูนย์สนับสนุนบริการสุขภาพที่ 4 ลงพื้นที่ตรวจสอบและดำเนินการศึกษาสภาพพื้นที่จริงของแต่ละเรือนจำ เพื่อออกแบบห้องแยกโรคความดันลบให้เหมาะสมกับบริบทและข้อจำกัดของพื้นที่ รวมถึงจัดทำแบบประมาณการค่าใช้จ่ายเพื่อใช้เป็นต้นแบบในการดำเนินงาน โดยมีสำนักงานเขตสุขภาพที่ 4เป็นผู้สนับสนุนงบประมาณผ่านโรงพยาบาลแม่ข่ายในพื้นที่ […]

สบส. ชู 6 จุดแข็ง สาธารณสุขไทย ผ่าน “Thailand Medical and Wellness Expo 2026”

หน้าหลัก ข่าวกิจกรรม ข่าวรอบรั้ว สบส. ข่าวเครือข่าย ข่าวประชาสัมพันธ์           กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) กระทรวงสาธารณสุข ชู 6 จุดแข็ง สาธารณสุขไทย ผ่านงาน Thailand Medical and Wellness Expo 2026 สร้างความเชื่อมั่น ดึงนักลงทุนไทยและเทศ ร่วมหนุนเศรษฐกิจสุขภาพ ดันไทยสู่ศูนย์กลางสุขภาพนานาชาติ (Medical and Wellness Hub)          นพ.ภูวเดช สุระโคตร อธิบดีกรม สบส. กล่าวว่า ภาครัฐได้วางยุทธศาสตร์ 10 ปี (พ.ศ. 2568–2577) ในการพัฒนาประเทศไทยสู่การเป็น Medical and Wellness Hub ระดับโลก โดยประเทศไทยถือเป็นจุดหมายปลายทางสุขภาพอันดับ 1 […]

สบส. รับการตรวจประเมินรางวัลเลิศรัฐ สาขาคุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ PMQA 4.0 มุ่งยกระดับองค์กรสู่ความเป็นเลิศ

หน้าหลัก ข่าวกิจกรรม ข่าวรอบรั้ว สบส. ข่าวเครือข่าย ข่าวประชาสัมพันธ์ วันนี้ (29 มิถุนายน 2569) ณ อาคารกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (กรม สบส.) นายแพทย์ภูวเดช สุระโคตร อธิบดีกรม สบส. พร้อมด้วยทันตแพทย์อาคม ประดิษฐสุวรรณ รองอธิบดีกรม สบส. ให้การต้อนรับคณะกรรมการตรวจประเมินรางวัลคุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ (PMQA) จากสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (สำนักงาน ก.พ.ร.) ในลงพื้นที่ตรวจประเมินผลการดำเนินงานของกรม สบส. โดยกรม สบส. ได้นำเสนอผลงานผ่านนิทรรศการ “HSS 4.0 Expo: Interactive & Live Demonstration” ซึ่งสะท้อนการขับเคลื่อนองค์กรสู่ “สบส. 4.0” ด้วยการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัล การบริหารจัดการข้อมูล นวัตกรรม และการบูรณาการภารกิจ เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการให้บริการแก่ประชาชน ผู้ประกอบการ สถานบริการสุขภาพ และเครือข่ายสุขภาพทั่วประเทศ มุ่งสู่การเป็นองค์กรดิจิทัลที่มีความโปร่งใส คล่องตัว และยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง พร้อมสร้างระบบบริการสุขภาพที่มีคุณภาพ รองรับการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน

สบส.ยกระดับมาตรฐานอาคารทางการแพทย์สู่การเป็น “อาคารอัจฉริยะปลอดภัย เป็นมิตร และสร้างสุขภาวะ”

หน้าหลัก ข่าวกิจกรรม ข่าวรอบรั้ว สบส. ข่าวเครือข่าย ข่าวประชาสัมพันธ์         กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (กรม สบส.) กระทรวงสาธารณสุข เดินหน้ายกระดับมาตรฐานสถานพยาบาลของประเทศไทยให้มีความทันสมัย ปลอดภัย ได้มาตรฐานสากล และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม รองรับการให้บริการด้านสุขภาพทั้งในภาวะปกติและสถานการณ์ฉุกเฉินอย่างมีประสิทธิภาพ นพ.ภูวเดช สุระโคตร อธิบดีกรม สบส.กล่าวว่า กรม สบส. เป็นหน่วยงานหลักที่มีบทบาทในการพัฒนาด้านสถาปัตยกรรมและวิศวกรรมสาธารณสุข ผ่านการบริหารจัดการอย่างเป็นระบบ เพื่อสร้างความมั่นใจแก่ผู้รับบริการ และบุคลากรทางการแพทย์ ซึ่งการพัฒนาอาคารและสภาพแวดล้อมของสถานพยาบาลถือเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญ ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 กรม สบส. มีแนวคิดการออกแบบสถานพยาบาลภาครัฐให้รองรับนวัตกรรมทางการแพทย์ในอนาคต ตามแนวคิดอาคารอเนกประสงค์ (Multi-function) และการออกแบบเชิงโมดูลาร์ (Modular Design) ซึ่งสามารถปรับเปลี่ยนพื้นที่ใช้งานได้อย่างยืดหยุ่น พร้อมทั้งคำนึงถึงความเท่าเทียมในการเข้าถึงบริการ (Inclusive Design) โดยมุ่งเน้นในการพัฒนาห้องบริการทางการแพทย์ที่มีความสำคัญ อาทิ ห้องผ่าตัด ห้องคลอด ห้องผู้ป่วยวิกฤต (ICU) ห้องไตเทียม ห้องแยกโรค และห้องผสมยาเคมีบำบัด ให้มีความพร้อม […]